เอาขยะมาแลกไข่ โครงการใหม่ของซีพี ชาวบ้านแห่แลกกันเต็มที่

ซีพี เฟรชมาร์ท ข ย า ยความสำเร็จ “โครงการขยะแลกไข่” สู่ 50 สาขาทั่วไทยในปีนี้ โครงการขยะแลกไข่ เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการสวยๆของซี พี เฟรชมาร์ท เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา ซี พี เฟรชมาร์ทได้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่รณรงค์งดแจกถุงพลาสติก ตั้งแต่ 1 ม.ค 2563 รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานร้าน ซี พี เฟรชมาร์ทคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อร่วมลดปริมาณขยะในชุมชนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการนำขยะมาแลกไข่ไก่ จะจัดขึ้นทุกวันพุธ โดยจะเริ่มการคัดแยกเวลา 13.OO น ถึง 16.OO น ที่ร้าน ซี พี เฟรชมาร์ท 8 สาขา ได้แก่ สาทรคอนโด เย็นจิต สาทร 11 เพชรบุรี 38 เพชรบุรี 38/1 เอกมัย 3O และกลางเดือนมีนาคมนี้ จะข ย า ยการทำกิจกรรมอีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาพัฒนาการ 2O และสาขาสุขุมวิท 36 ซี พี เฟรชมาร์ท ธุรกิจร้านค้าปลีกของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซี พีเอฟ เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของโครงการขยะแลกไข่ เพิ่มดำเนินกิจกรรมที่ร้านซี พี เฟรชมาร์ทเป็น 8 สาขา ในกรุงเทพฯ ตั้งเป้าข ย า ยผลทำกิจกรรมเป็น 5O สาขา ภายในปีนี้ รณรงค์การคัดแยกขยะในชุมชนอย่างเป็นระบบให้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย นายชัยยุทธ ทิพย์สุวรรณพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซี พีเอฟ กล่าวว่า จากผลการดำเนิน โครงการ “ซี พี เฟรชมาร์ท มาเก็บ” หรือ

ผอ.น้ำตาซึม เยี่ยมบ้านลูกศิษย์อาศัยอยู่กับตา-ยาย ในวันที่ฝนตกลมแรง ต้องไปหลบอยู่ในเตาเผาถ่าน

คนเราเกิดมา ในครอบครัวที่ต่างกัน ฐานะต่างกัน เราไม่สามารถเลือกเกิดได้ บางคนก็เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง แต่บางคนขาดพ่อหรือแม่ไป 1 คน บางคนเกิดมารวยล้นฟ้า แต่หาความสุขไม่ได้ แต่บางคนนั้น มีพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาครบ แต่กลับฐานะ ย า กจน หาโอกาสที่ดีให้แก่ตนเองไม่ได้เลย เรื่องราวที่ปริญญาชีวิตจะนำมาฝากในวันนี้ พลอยทำชาวเน็ตในโลกออนไลน์น้ำตาไหลไม่รู้ตัวไปด้วย เมื่อ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งถึงกับน้ำตาซึม หลังจากเข้าเยี่ยมบ้านลูกศิษย์ชื่อ น้องเพลิน ที่อยู่กับตา- ย า ย ที่ในวันที่ฝนตกลมแรง ต้องไปหลบอยู่ในเตาเผาถ่าน คุณชูชีพ นฤสุข ผู้อำนวยการของ โรงเรียนประชาราษฎร์สามัคคีอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ออกเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน พบบ้านลูกศิษย์ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก โดยเป็นบ้านของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า น้องเพลิน กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชาราษฎร์สามัคคี มีน้องสาวอยู่ 2 คนกำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 1 และชั้นประถมปีที่ 1 และทางผอ.ได้ โ พ ส ต์ เรื่องราวสุดสงสารของครอบครัวน้องระบุผ่านเฟซบุ๊กหส่วนตัวเอาไว้ดังนี้ “บ้านหนูไปทางนี้ค่ะ เสียงของเธอคอยบอกให้ผมขับรถไปตามทางที่ลัดเลาะเข้าไปในป่า ด้วยใจที่ลุ้นว่าจะถึงหรือยัง ด้วยส ภ า พ ที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าถนนได้ไหม ในใจก็คิดว่าถ้าเป็นหน้าฝนเธอจะมาโรงเรียนได้อย่างไรกัน ณ ที่กลางหุบเขามีกระท่อมหลังเล็ก ๆ ตั้งอยู่ ซึ่งเธอเรียกว่าบ้าน ถึงแม้จะไม่สามารถกันแดด กันลม กันฝนได้มากนัก แต่ก็พอให้ครอบครัวหนึ่งได้พักอาศัย คุณตากับ ย า ยเล่าว่าแม่เธอเอามาให้เลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะ อาศัยน้ำข้าวผสมน้ำตาลให้เธอกิน อีกไม่นานนักแม่ก็เอาน้องมาให้อีกสองคน ย า ยก็ป่วยเป็น โ ร ค กระดูกเสื่อม ทำให้ตาต้องรับภาระดูแลทั้งสี่คนเพียงลำพัง บางวันไม่มีข้าวหุงก็จะหาขุดมันมาต้มให้ ย า ยและหลานๆได้กิน ในวันที่ฝนตกลมแรง ก็จะพา ย า ยและหลานๆ ไปหลบอยู่ในเตาเผาถ่าน วันไหนตาไม่สบาย เธอและน้องๆก็จะไม่ได้มาโรงเรียน เด็กหญิงศิรินภา พิศนอก หรือ น้องเพลิน

ธนบัตรปี 2535 ไม่สุดจริงเขาคงไม่เอาออกมาใช้ พ่อค้าโพสต์เล่าเจอลูกค้าจ่ายธนบัตรแปลก

เคยไหมคะที่เราพ ย า ย า มสะสมเหรียญ หรือธนบัตรเก่าๆ ไว้เป็นของที่ระลึกหรือเป็นเงินก้นถุง ถ้าไม่สุดจริงๆ จะไม่หยิบมันออกมาใช้เด็ดขาด แต่ก่อนปริญญาชีวิตสะสมแบงก์สิบเยอะมากๆ แต่พอสุดท้ายแล้วก็ต้องเอาไปซื้อของกิน นึกถึงตอนนี้แล้วก็เสียดาย เพราะตอนนี้แทบไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว กลายเป็นของเก่าแก่ ของสะสม เพราะเค้าไม่ผลิตแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พ่อค้าหนุ่มโพสต์เล่า เจอลูกค้าจ่ายธนบัตรแปลกตา นึกว่าของปลอม แท้จริงเป็นธนบัตรเก่าเก็บหา ย า ก ถ้าไม่สุดจริงเขาคงไม่เอาออกมาใช้ โดยเจ้าของโพสต์เล่าว่า ตอนแรกก็คิดว่าปลอมหรือเปล่า ด้วยขนาดที่ใหญ่มาก และไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกค้าก็เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเราต้องถาม เขาก็ยืนรอให้ถาม พร้อมตอบเรามาว่า “แบงค์พิเศษครับ สะสมเก่าเก็บ” ใจนึงก็สงสารลูกค้าอ ย า กเดินไปคืนแล้วไม่คิดค่าข้าว เพราะรู้ว่าคนเราคงไม่มีใครอ ย า กใช้ของสะสมเก่าเก็บของตัวเอง ถ้าไม่ขัดสนจริง ๆ แต่ใจนึงก็คิดว่า แบงค์นี้ถ้าเป็นแบงค์ปกติ มันก็คือสื่อกลางที่ใช้เป็นมูลค่าเพื่อแลกกับสินค้า ถ้าไม่มีแบงค์ (เงิน) ลูกค้าจะซื้อข้าวได้อย่างไร คงเป็น โ ช ค ของเราที่เขาส่งต่อให้เราดูแล รับไว้แล้วเก็บไว้เป็นขวัญถุงสำหรับปีนี้แล้วกัน ดีใจ รู้สึก โ ช ค ดี และรู้สึกว่ามันมีค่าทางความหมาย มันสามารถเล่าเรื่องได้ ว่านี้ คือ ”ธนบัตรแบงค์ 1,OOO บาท แบบที่ 14 ถูกผลิตใช้ในปี 2535” ปล.ข้อมูลผิดถูกอย่างไร ขออภัยด้วยครับ ซึ่งจากโพสต์เกี่ยวกับธนบัตรหา ย า กดังกล่าว ได้เรียกชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกเสียดายแทนเจ้าของ ที่น่าจะหมดหนทางจริง ๆ ถึงต้องนำธนบัตรสะสมมาใช้ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าของธนบัตรนี้ สูงเกินกว่าราคา 1,OOO บาท ไปมากแล้ว ทุกวันนี้การทำมาค้าขายไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดสะท้อนเสียงบ่นให้ฟังเป็นเพราะเศรษฐกิจซบเซาทำให้กำลังซื้อหดหายไปด้วยเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเน้นจับจ่ายใช้สอยแบบประหยัดโดยซื้อแต่สิ่งที่จำเป็น เช่น จากที่เคยซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัม (กก.) ก็ลดลงเหลือครึ่ง กก.เป็นต้น

เด็กยอดกตัญญู หาบน้ำพริกใส่ตะกร้า เร่ขายเลี้ยงแม่พิ ก า ร

นักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญบุคคลผู้เลี้ยงมารดาและบิดานั้นในโลกนี้ บุคคลนั้นละจากโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงอยู่ในสวรรค์ ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแสดงถึงบุคคลที่เป็นคนดี ( กตัญญู หมายถึง รู้คุณ ระลึกคุณของผู้มีพระคุณ กตเวที หมายถึง การตอบแทนบุญคุณ การปฏิบัติตนตอบแทนผู้มีพระคุณ) ความกตัญญูเป็นคุณธรรมที่ควรประพฤติปฏิบัติ และบุคคลที่พึงอาศัยแต่ผู้อื่นอย่างเดียว โดยผู้อื่นมาอาศัยตนเองไม่ได้ ผู้นั้นเป็นชีวิตที่ไม่ประเสริฐ ไม่มีคนยอมรับ หาความจริงได้ ย า กเพราะเป็นผู้เอาเปรียบโลกเป็นกาฝากของโลกในปัจจุบัน โลกมีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุไปอย่างไม่หยุดยั้งส่งผลให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปทำให้จิตใจมนุษย์ต่ำลง มีความเห็นแก่ตัว ไม่สำนึกบุญคุณ บุคคลที่มีคุณธรรมด้านความกตัญญูกตเวที จึงนับล้วนแต่จะมีจำนวนน้อยลง ผลดีของการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที เพื่อให้ชีวิตเรามีคุณค่าท่ามกลางความเจริญด้านวัตถุ เป็นคนที่มีแต่คนรักใคร่ชอบพอ อ ย า กคบค้าสมาคมด้วย มีคนยกย่องสรรเสริญ จึงควรปฏิบัติตนเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีโดยรู้จักเห็นคุณค่า สำนึกถึงผู้มีพระคุณ และรู้จักตอบแทนผู้ทีพระคุณนั้น โซเชียลแห่ชื่นชม เด็กชายยอดกตัญญูหาบน้ำพริกเร่ขายหาเงินเลี้ยงดูแม่ พิ ก า ร ซ้ำเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยคุณแม่โพสต์เรื่องราวของลูกชายยอดกตัญญูที่มักจะออกมาช่วยเดินขายน้ำพริกฝีมือคุณแม่เพื่อหารายได้ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ต้องทำงานหนักหาเลี้ยงลูกชาย 2 คน ได้ลูกชายคนโตเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักช่วยเหลือ โดยคุณแม่ขายทั้งน้ำพริกนรก น้ำพริกกุ้ง น้ำพริกป่า น้ำพริกปลาย่าง ขายในราคากระปุกละ 20 บาทและยังมีบริการส่งอีกด้วย ชาวเน็ตแห่อุดหนุนผ่านทางเฟซบุ๊ก Napa Boonya พร้อมชื่นชมเด็กชายยอดกตัญญูคนนี้ที่คอยช่วยเหลือคุณแม่และรู้จักทำมาหากิน การเลี้ยงดูบิดามารดามีอานิสงส์ใหญ่ นอกจากมนุษย์และเทวดาทั่วไปจะพากันยกย่องสรรเสริญแล้ว แม้พระพุทธองค์ยังทรงอนุโมทนาอีกด้วย ที่มา www.chearb.com/63717 เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

ทุ่งทานตะวันที่อุบล วารินชำราบ วิบวับงามตาต้องหาโอกาสไปให้ได้สักครั้ง

ดอกทานตะวันเข้ามาในประเทศในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยชาวฝรั่งเศสนำมาปลูก ปัจจุบัน มีการปลูกทานตะวันเป็นท้องทุ่งจำนวนมากในประเทศไทย แม้กระทั่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด 1O ไร่ ริมถนนประเสริฐมนูกิจ หลังโรงเรียนสตรีวิท ย า 2 เขตลาดพร้าว จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และนิยมถ่ายรูปที่ได้รับความนิยม ทุกปีจะมีช่วงของ “เทศกาลทุ่งทานตะวันบาน” ดอกทานตะวันเหล่านี้จะออกดอกสีเหลืองบานเต็มท้องทุ่ง เหมาะสำหรับการมาเที่ยวชมและถ่ายรูปเก็บบรร ย า กาศไว้เป็นที่ระลึกมาก ๆ เชื่อแน่ว่าน่าจะมีหลายคนที่กำลังเฝ้ารอเทศกาลแห่งความสวยงามนี้อยู่ เช่นเดียวกับที่ “ทุ่งแสงตะวัน ทุ่งเดิ่น” บ้านก่อ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ล่าสุดดอกทานตะวันได้บานเต็มทุ่ง เหลืองอร่าม ละลานตา สามารถมองเห็นได้อย่างใกล้ชิด บนท้องทุ่งสีเหลืองของดอกทานตะวันบานที่มองดูสุดตาได้อย่างเต็มอิ่ม โดยเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความใจความว่า วิบวับๆๆ ย า มบ่าย ทุ่งแสงตะวัน วิบวับๆ ทุ่งเดิ่น บ้านก่อ อ.วารินชำราบ ดอกไม้กะงามคนกะงามวิบวับๆ ขอบคุณนางแบบ หมวย ปทิตตา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่น่าไปสัมผัสอีกที่หนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ขอบคุณที่มา : วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี เกร็ดความรู้จากปริญญาชีวิต ทานตะวัน มีชื่อตามภาษาถิ่นพายัพว่า บัวผัด เป็นพืชปีเดียว (annual plant) อยู่ในวงศ์ Asteraceae มีฐานรองกลุ่มดอก (inflorescence) ขนาดใหญ่ ลำต้นโตได้สูงถึง 3 เมตร ฐานรองกลีบดอกอาจกว้างได้ถึง 3O เซนติเมตร ชื่อ "ทานตะวัน" ถูกใช้อ้างอิงถึงพืชทั้งหมดในสกุล Helianthus ด้วยเช่นกัน ทานตะวันเป็นพืชท้องถิ่นของอเมริกากลาง มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกดอกทานตะวันในประเทศเม็กซิโกตั้งแต่ประมาณ 26OO ปีก่อนคริสตกาล ในเทพนิ ย า ยกรีกมีนางไม้ชื่อ Clytie ที่หลงรักเทพอพอลโล ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ได้เฝ้ามองอพอลโลทุกวันจนผมสีทองของเธอกลายเป็นกลีบดอกสีเหลืองและใบหน้ากลายเป็นดอกทานตะวัน ชื่อ Helianthus มาจากคำว่า helios ที่แปลว่าดวงอาทิตย์ กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้ ที่งดงามมาก เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

หนุ่มจิตรกรฝีมือดี เป็นชายผู้พิการ เดินไม่ได้ ทุกครั้งที่วาดรูป ต้องนอนวาดเท่านั้น

บางช่วงเวลาในชีวิต ต้องมีสักครั้งที่เรารู้สึกอ ย า กจะล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่าง และลืมมันไปให้หมด บางครั้งเราก็รู้สึกเหนื่อย หมดกำลังใจ และขุ่นเคืองกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกจนรู้สึกอ ย า กจะหายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ไม่ว่าใครก็ต้องเคยรู้สึกแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น จงปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านี้แล่นผ่านตัวเราไป แต่อย่าจมอยู่กับมัน แม้ว่าการยอมแพ้จะเย้ายวนใจแค่ไหน แต่คุณก็ควรพ ย า ย า มมองในด้านดี และดึงตัวเองให้ลุกขึ้นมาอีกครั้งเสมอ และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกไม่ไหวจริงๆ ลองหาทางเรียก ‘กำลังใจ’ ของคุณกลับคืนมา หากวันไหนที่คุณนั้นท้อและไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนแล้ว ให้ลองดูภาพนี้นะคะ ยังมีคนที่ได้รับโอกาสน้อยกว่าเราอีกมากมาย โดยเฉพาะ โอกาสในการใช้อวัยวะในร่างกายเหมือนเรา ชื่นชม หนุ่มจิตรกรฝีมือดี เป็นชายผู้พิ ก า ร เดินไม่ได้ ทุกครั้งที่วาดรูป ต้องนอนวาดเท่านั้น ล่าสุด เขาก็ได้วาดรูป ผบ.ตร. ฮีโร่ในดวงใจ โดยทางผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ได้ระบุว่า "โพสนี้ ผมอ ย า กให้นายผมได้อ่าน อ ย า กให้นายผมได้เห็น(ท่านผบ.ตร.) นายครับ น้องชายคนนี้ คือน้องรักของผมคนหนึ่งครับ ที่ผมรักเขา เขารักผม เขาเป็นชาวจังหวัดอุบลฯบ้านเกิดเดียวกันกับผมครับ เขาคือชายผู้พิ ก า ร เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถวิลล์แชร์ เขาคือจิตรกรฝีมือดีคนหนึ่งครับ ทุกภาพที่เขาวาด เขาจะต้องนอนวาดโดยไม่สามารถนั่งวาดได้เพราะไขสันหลังอักเสบ เดินไม่ได้ พิ ก า รนั่งรถเข็น แต่นั่งไม่ได้นาน รูปทุกรูปที่เขาวาด เขาต้องนอนวาดครับ วันนี้ เขาบอกผ่านผมว่า เขาจะวาดภาพฮีโร่ในใจของเขาใส่สีไม้แทนใจของประชาชนมอบผ่านผมให้นำไปให้นาย ในฐานะ ผบ.ตร.ผู้ครองใจประชาชนครับ ภาพวาดนี้ น้อง วินัย วรรณ คนพิ ก า รผู้นี้ เขาจะถ่ายทอดความรู้สึกที่ชื่นชอบนายผ่านเป็นภาพสีไม้ หากนายไม่รังเกียจ ภาพวาดภาพนี้ที่สื่อแทนใจของเขาและผมตลอดจนประชาชนทั้งประเทศที่ชื่นชอบและรักนาย ผมจะขออนุญาตเป็นตัวแทนผู้วาดและประชาชน ขอนำไปมอบให้นายกับมือนะครับ ผบ.ตร.ผู้อยู่ในใจของประชาชน พลตำรวจเอกจักร์ทิพย์ ชัยจินดา ฝากแชร์ให้ท่านเห็น ข้อคิด ความรู้สึกท้อแท้อาจเป็นเพราะคุณไม่รู้สึกพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่เท่าไรนัก ให้กลับมาดูวิธีที่คุณพูดคุยกับตัวเอง

อย่าคิดแก้แค้นใคร อย่าคิดอาฆาตต่อใคร ปล่อยให้เวรกรร ม ตามทันเขาเอง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บทความนี้ปริญญาชีวิตอย า กช่วยคนที่เผชิญปัญหาชีวิต รู้สึกเหมือนเดินลุยไฟอยู่ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอปัญหาการโดนอิจฉาให้ร้าย แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร คุณอาจไม่ชอบการที่ต้องลดตัวไปโต้เถียง อธิบายความจริงให้กับคนอื่นๆ ที่หูเบา นอกจากการแก้แค้นจะก่อให้เกิดการแก้แค้นกลับเป็นวงจรแล้ว นักจิตวิทย า ยังค้นพบด้วยว่า แม้ในช่วงเวลาแรกๆ เราจะรู้สึกดีเพราะ ‘ระบบรางวัล’ ในสมองทำงาน แต่ที่สุดแล้วการแก้แค้นไม่ได้ทำให้เรารู้สึก ‘หายเป็นปรปักษ์’ กับอีกฝ่ายนะครับ (ทั้งที่มันควรจะชดเชยกันได้) มีคำกล่าวว่า “การแก้แค้นที่ดีที่สุด คือคุณประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น” ปริญญาชีวิตเห็นด้วยเพราะการที่คุณรุ่งเรืองขึ้น ดีขึ้น มีความสุขขึ้น คนขี้อิจฉาจะยิ่งทนไม่ได้ ยิ่งมีความทุ ก ข์มากขึ้น ยิ่งร้อนรุ่มในใจมากขึ้น เหมือนตก น ร ก ทั้งเป็น น่าสงสารมาก แต่เรื่องที่เค้าจะ “สะใจ” คือการเห็นคุณมีความทุ ก ข์ร้อนใจ (ตก น ร ก ในใจ) เหมือนพวกเขา เรายอมได้หรือที่จะให้เขา “สะใจ” พวกเราในเพจนี้ ไม่ยอมสูญเสียคุณไปนะ มาอยู่ “บนสวรรค์ในอก” กับพวกเราต่อนะ เป็นกำลังใจให้ คุณทำได้ การไม่ยอมให้น้ำลายคนอื่น มาเป็น “ย า พิ ษ” ในใจคุณ ไม่ได้หมายความว่า คุณยอมเป็น “พรมเช็ดเท้า” ให้คนอื่น ให้ไตร่ตรองอย่างดี ในการที่คุณจะได้ทั้งสองอย่างคือ 1 มีเกราะป้องกั นจิตไม่ให้ตัวเราคิดลบ และทุ ก ข์ไปกับคนคิดร้ายด้วย 2 มีมาตรการป้องกั นตัวของเราเอง เพราะเราต้องเป็นคน “ฉลาดและมีไหวพริบ” ในโลกนี้ด้วย สรุป ความสุขทั้งมวลของคุณ คุณเป็นคนควบคุมทั้งหมด 100% เพราะความสุขอยู่ในใจของคุณเอง อย่าลดตัวไปตอบโต้คนชั่ว ด้วยวิธีการแบบเดียวกัน พวกเขาจะเก่งกว่าคุณ ในวิธีการต่ำๆ แบบนั้น พวกเราในเพจนี้ เป็น “ประชากรคนคิดบวก” ไม่ยอมเสียจำนวนประชากรนะ เราเป็นกำลังใจให้ สำหรับคนที่เจอปัญหานี้อยู่ เพราะอธิบายยังไง คนประเภทนี้ก็จะเอาเรื่องคุณให้ได้ พย า ย า มเถียงข้างๆ

โจ รปล้ นธนาคารแห่งหนึ่งตะโกนออกมาว่า “ทุกคนอย่าขยับ เงินเป็นของรั ฐ แต่ชีวิตเป็นของคุณ”

โจ ร ปล้นธนาคารที่แอนน์อาร์เบอร์ รั ฐ มิชิแกน โจ ร ตะโกนคำแรกเมื่อชักปืนออกมาว่า "ทุกคนอย่าขยับ เงินเป็นของ รั ฐ แต่ชีวิตเป็นของคุณ" ทุกคนนอนอย่างสงบราบเรียบกับพื้นลืมหายใจโดยไม่โวยวาย ไม่มีใครเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเงินของ รั ฐ พวกเราเรียกสิ่งนี้ว่า "เทคนิคการเปลี่ยนแนวคิด" บิดเบือนนิดเดียวความคิดเราก็เปลี่ยนไปไกลแล้ว ผู้หญิงคนนึงนอนอยู่บนโต๊ะและกำลังจะกรี๊ด ทันใดนั้น โจ ร ตะโกนใส่ผู้หญิงว่า "เรามีวัฒนธรรม ผมมาปล้นแบ๊งค์ ไม่ได้มา ข่ ม ขื น คุณ!!" เราเรียกสิ่งนี้ว่า (professional การเป็นมืออาชีพ) ตั้งมั่นในเป้าหมายอย่างเดียวไม่ว่อกแว่ก เมื่อ โจ ร กลับถึงฐานลับ โจ ร วัยรุ่นที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA บอกกับรุ่นพี่ โจ ร ว่า "รุ่นพี่ เรามานับเงินกันว่าได้มาเท่าไหร่" แต่รุ่นพี่ โจ ร ที่จบเพียงชั้นประถมกล่าวว่า "แกนี่มันโง่มากเลย เงินตั้งเยอะตั้งแยะ จะนับยังไง คืนนี้ทีวีจะบอกเองแหล่ะว่าเราได้มาเท่าไหร่!!" เราเรียกสิ่งนี้ว่า (experience ประสบการณ์) ซึ่งในปัจจุบันประสบการณ์มีค่ามากกว่าใบปริญญามากมายนัก เมื่อ โจ ร กลับไปแล้ว ผู้จัดการธนาคารสั่งให้รองผู้จัดการโทรหาตำรวจที่เบอร์ 911 แต่รองผู้จัดการธนาคารกลับค้านว่า "เดี๋ยวๆๆ ใจเย็นๆ โจ ร เอาเงินไปเท่าไหร่ เรามานับกันก่อน แล้วบอกตำรวจว่า โจ ร เอาไปมากกว่านั้นอีก 5 เท่า" เราเรียกสิ่งนี้่ว่า "ว่ายตามน้ำ" หรือการเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ผู้จัดการกล่าวว่า "นั่นสิ จริงๆแล้วถ้ามี โจ ร มาปล้นธนาคารทุกเดือนก็ดีสินะ"เราเรียกสิ่งนี้ว่า "การทิ้งเวลาเล่นๆ" ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าความสุขของเราอีกแล้ว วันถัดมา ทีวีทุกช่องออกข่าวกันว่ามี โจ ร ปล้นธนาคาร 1OO ล้าน แต่ว่า โจ ร ที่ปล้นไปนับแล้วนับอีก ไม่ว่าจะนับกี่รอบ ก็นับได้แค่ 2O ล้านเท่านั้น

ไฟป่าภูกระดึงจบแล้ว ร่วมส่งกำลังใจให้จนท. ผู้ทุ่มเท เสียสละ ปกป้องผืนป่าเต็มกำลัง

ติดตามความคืบหน้าล่าสุด จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าภูกระดึง ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เพจ ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุท ย า นแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการรายงานภาพเจ้าหน้าที่ ที่เสียสละมาช่วยกันดับไฟป่า โดยระบุว่า "ภารกิจดับไฟป่าภูกระดึง วันนี้เรานำบรร ย า กาศการทำงานบนภูกระดึง ที่ทางแอดมินได้ติดต่อไปยังพี่นก ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของกรมอุท ย า นแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขออนุญาตนำภาพการทำงานมาให้ทุกท่านได้เห็นถึงความเสียสละ การทุ่มเทเพื่อปกป้องทรัพ ย า กรธรรมชาติ พวกเขาเหล่านี้ยังออกปฏิบัติหน้าที่กันทุกวัน สำหรับรถมอเตอไซด์ที่ได้มาใหม่ได้นำมาจัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วออกไปจัดการกับแนวดำเพื่อป้องกันการปะทุของไฟได้อย่างทันท่วงที เพราะช่วงนี้ลมแรง ทุกวันนี้ก็กระจายกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ พวกเราก็ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนนะคะ" หากใครไม่ทราบว่าทำไมไฟถึงไหม้ป่า เท้าความตรงนี้เลยแล้วกัน หัวหน้า อช.ภูกระดึง เผยไฟป่าที่ลุกไหม้นั้นดับหมดแล้ว เร่งสำรวจความเสียหาย ส่วนการฟื้นฟูนั้นในเบื้องต้นต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ยืนยันไม่มีการปิดอุท ย า นฯ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาได้ตามปกติ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ.63 ชาวบ้านได้ออกหาสัตว์ป่า และมีการจุดไฟทิ้งไว้จนเกิดไฟป่าเผาผลาญบนยอดภูกระดึง จ.เลย จนทำให้ ป่าสน ป่าก่อ และทุ่งหญ้า ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี และมีกระแสลมแรง ทำไฟไหม้ป่าลุกลามเป็นวงกว้าง ที่บริเวณผาเมษาเส้นทางหลังแป วังกวาง และเส้นทางหลังแป หมากดูก สระใหญ่ และบริเวณเส้นทางองค์พระพุทธเมตตา สระแก้ว สะพานหิน สระอโนดาต ทำให้พื้นที่เสียหายไป 3,4OO ไร่ ซึ่ง จนท.ได้ระดมคนกว่า 1OO คน จนสามารถควบคุมไฟได้จนหมด เหลือเพียงกลุ่มควันเล็กน้อย ส่วน จนท.อุท ย า นฯ ที่ต่อสู้กับไฟป่ามา 2 วัน จนสภาพอิดโรย อ่อนล้า เหน็ดเหนื่อย ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน จน จนท.ต้องหลับบนรถอีแต๊กและถนน นายสมบัติ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าไม่มีการปิดอุท ย า นฯ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลงตามเวลาได้ปกติ และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบว่า จุดไหนที่เสี่ยงหรือไม่ควรไปก็ข้อความร่วมมือ

ข้อคิดเตือนใจ อยากได้เพื่อนดี อยากได้สามีดี ลองถามตัวเองก่อนว่าดีแล้วหรือยัง

มีเหตุผลหลายๆ อย่าง ที่ทำให้มนุษย์ต้องออกไปแสวงหาความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เช่น เรื่องเงิน ความกลัวที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความต้องการให้คนอื่นสนใจในตัวเรา เป็นต้น ซึ่งไหนๆ มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว ก็ให้มองมันในรูปแบบของ “ความรัก” ซะเลย เพราะเมื่อเรารักใครเข้าแล้ว เราก็คงไม่สามารถที่จะรู้สึกเกลียดเขาได้ในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นความมั่นคงของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นควรจะต้องมีพื้นฐานมาจาก ความรัก ความเคารพให้เกียรติ การเชื่อใจกัน ความอดทน เพื่อนร่วมงานที่ดี เสียงหัวเราะ อ ย า กได้เพื่อนดี แล้วเราล่ะเป็นเพื่อนดีหรือเปล่า อ ย า กได้สามีดี แล้วเราล่ะเป็นภรร ย า ดีหรือเปล่า อ ย า กได้ภรร ย า ดี แล้วเราล่ะเป็นสามีดีหรือเปล่า อ ย า กได้เจ้านายดี แล้วเราล่ะเป็นลูกน้องดีหรือเปล่า อ ย า กได้ลูกน้องดี แล้วเราล่ะเป็นเจ้านายดีหรือเปล่า อ ย า กได้ลูกดี แล้วเราล่ะเป็นพ่อแม่ดีหรือเปล่า อ ย า กได้ผู้ปกครองดี แล้วเราล่ะเป็นบริวารดีหรือเปล่า อ ย า กได้ครูดี แล้วเราล่ะเป็นศิษย์ดีหรือเปล่า บ่อยครั้งคนเรา คิดแต่ในมุมของตน ว่าควรจะได้รับแต่สิ่งดีๆ แต่ไม่ได้มองตัวเองว่า ตัวเองนั้นคู่ควรกับสิ่งที่จะได้รับหรือเปล่า เหมือนขันกับพานรอง ที่อ ย า กได้ขันทองคำใบใหญ่ แต่ตัวเองมีแค่พานรองสังกะสีเล็กๆ จึงมีคำกล่าวว่า "สิ่งที่คู่ควร ย่อมคู่ควร กับสิ่งที่ควรคู่" เทพบุตร ย่อมคู่ควรกับ เทพธิดา อสุรา ย่อมคู่ควรกับ อสุรี ยักษา ย่อมคู่ควรกับ ยักษี กุลบุตร ย่อมคู่ควรกับ กุลธิดา อ ย า กให้คนอื่นเป็นอย่างไร มองตัวเองก่อนสักนิดดีไหมว่า เราดีพอที่จะคู่ควรกับเขาหรือเปล่า อ ย า กได้อะไร เราคู่ควรกับสิ่งนั้นหรือเปล่า อยากให้ผู้อื่นทำอย่างไรแก่ตนก็ควรปฎิบัติเช่นนั้นแก่เขาก่อน ให้ก่อนจึงจะได้รับ มนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์สังคม จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ถ้าคุณอยู่ลำพัง คุณจะ

10 ข้อคิด. อ่านแล้วรู้สึกดี. เราเหลือเวลาอยู่ในชีวิตนี้อีกสักกี่วัน

สำหรับใครที่กำลังเดินทางไปทำงาน หรือพึ่งเลิกงานกลับบ้าน ทุกคนย่อมมีความเครียดแล้วก็ความคิดมากอยู่ในตัวเองทั้งนั้น เลยอยากให้ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ เค้าเขียนเอาไว้ดีมากๆ เลยปริญญาชีวิตเลยนำมาเรียบเรียงให้อ่านกัน 1 เมื่อใดที่โมโห ลองนั่งนิ่งๆ ทบทวนดูว่า… เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้มีอยู่อีกสักกี่วัน ทำไมต้องไปเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง อย่าเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกแย่ๆ เลย เพราะการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี วันนั้นทั้งวันเราจะรู้สึกไม่ดีไปทั้งวันเลย 2 ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นหากลองคิดดูดี ๆ จะพบว่า มีแต่ ถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ ” หากทำถูกใจยังไงเขาก็มองว่าไม่ผิด “ แต่… ” หากทำไม่ถูกใจต่อให้ทำถูกแค่ไหนก็โดนมองว่าผิด “ เพราะฉะนั้น… อย่าไปเก็บเอามาคิด เพราะ ไม่มีใครเอาใจใครได้ทุกคน ต่างคนต่างมุมมอง อยู่คนละด้านก็มองคนละอย่าง แค่อย่าไปตึงเครียดกับสิ่งต่างๆ รอบตัวให้มากนัก ปล่อยวางไปบ้าง 3 เมื่อใดที่กลัดกลุ้มใจ ลองสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วคิดดูว่า… ชีวิตนี้มันมีแต่ลดกับลด ทุกวินาทีที่ผ่านไป กำลังบอกเราว่า… ” เวลาของเราน้อยลงไปอีก 1 วินาทีแล้ว “ ของทุกอย่างก็มีวันเสื่อมสลายหายไป ความแข็งแรงของร่างกายและเวลาที่เหลืออยู่ก็ลดลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะยึดติดไปทำไม 4 การได้พบหน้ากันในวันนี้ หมายความว่า หมดโอกาสได้เจอกันไปอีกครั้งหนึ่งแล้ว.. แล้ว ”เราจะมัวมาทะเลาะกัน ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปทำไม…? “ อย่าเอาเวลาที่มีอยู่ไปทะเลาะกันเพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะยังได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ 5 เมื่อใดที่ถูกเอาเปรียบ ลองปล่อยวางดูบ้าง พูดมากจะเสียมิตร คิดเล็กคิดน้อยเสียเวลา ซื่อสัตย์ไว้เวลาไปไหนจะได้ไม่มีใครพูดลับหลังในทางที่ไม่ดี แค่นี้ก็เพียงพอให้เราสุขใจได้แล้ว รักษามิตรภาพเอาไว้ก่อนหากไม่ได้เดือดร้อนมากๆ ก็ยอมๆ กันไป 6 เรื่องหลาย ๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามา มันก็แค่กระทบเราชั่วครู่ ชั่วคราว เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไป ทุกข์เข้ามาแป๊ป ๆ เดี๋ยวก็ผ่านไป สุขเข้ามาแป๊ป ๆ เดี๋ยวก็ผ่านไป 7 เมื่อใดที่ใครบางคนทำให้เราเสียใจ ลองปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ทบทวนดูสิว่า ชีวิตนี้… ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน คนที่มีชื่อเสียง คนที่รวยล้นฟ้า หรือ คนที่รักกัน สุดท้ายก็แค่คน… ที่เคยมาเยือนโลกใบนี้ 8 เมื่อใดที่เรารู้สึกโดนแย่งอะไรไป ให้ลองไตร่ตรองดู ไม่มีใครครอบครองสิ่งใดในโลกนี้ได้ตลอดไป และ ไม่มีใครเป็นเจ้าของสิ่งใดแท้จริง แม้แต่ร่างกายเราก็ยังต้องคืนสู่ธรรมชาติ 9

ภาพประทับใจ ตากับยายทำแบบนี้มาเป็นสิบปีแล้ว

การที่คน 2 คน รักกันและตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันนั่นคือการเริ่มต้นของคำว่าครอบครัว และการใช้ชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่คู่ชีวิตจะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขและอยู่กันไปจนแก่เฒ่านั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในการปรับตัวเข้าหากัน การที่จะมีครอบครัวที่มีความสุข และครองรักกันไปได้อย่างจนแก่ เป็นชีวิตครอบครัวที่หลายคนต้องการความสุขแค่นี้ ซึ่งนอกจากความรักที่มีให้กันในทุกวันแล้ว ต้องใช้ความเอาใจใส่ การดูแลซึ่งกันและกัน ไปจนถึงความเสมอต้นเสมอปลายที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ความรักและความเอาใจใส่ก็ยังมีให้กันเสมอ วันที่ 2O กุมภาพันธ์ 2563 คุณ Oak Kongpob ได้มีการโพสต์ภาพและเรื่องราวที่น่าประทับใจของคู่รักสอง ต า ย า ย คู่หนึ่ง ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังเอาใจใส่เดินจูงมือออกมาทานข้าวเช้าด้วยกันเสมอ โดยมีข้อความระบุว่า “เจอคุณลุงกับคุณ ย า ย 2ท่านนี้เกือบทุกเช้า แกจะเดินจับมือกันออกมาทานข้าวด้วยกันทุกวัน (จับมือตลอดเส้นทาง) ตอนกลับก็เดินจับมือกันตลอด เป็นแบบนี้มาเกือบ1Oปีแล้ว แล้วที่สำคัญ จะใส่เสื้อสีเดียวกันด้วย ( สีตามวัน ) น่ารักมากค้าบบ จนทำให้หลายคนให้ความสนใจและอ ย า กมีความที่ยืน ย า ว จนเดินจูงมือออกมาทานข้าวเช้าแบบคุณตา คุณ ย า ย คู่นี้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ ไหน ก็ยังคงเติมความรักที่มีให้กันได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินจูงมือ หรือ ใส่เสื้อสีเดียวกัน 7 เคล็ดลับ การใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข 1 การมีเวลาให้กันและกัน เรื่องเวลานั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก 2 การยอมรับข้อเสีย เป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ย่อมจะมีข้อดีและข้อเสียตามมา 3 การให้อภัยซึ่งกันและกัน 4 ความซื่อสัตย์ ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด 5 ความใส่ใจที่มีให้กัน การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของคู่รัก ใส่ใจเวลาไม่สบายหรือมีปัญหาที่ปรึกษาใครไม่ได้ 6 การวางแผนอนาคตร่วมกัน 7 ความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคู่ไหนก็ต้องอ ย า กจะมีพื้นที่ความเป็นส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น หลายคู่มักจะเจอปัญหานี้อยู่บ่อยครั้ง การที่เราไม่ปล่อยให้คู่รักมีพื้นที่ส่วนตัวเหมือนเป็นการบังคับใจเขา มันอาจทำให้เขารู้สึกอึดอัด ควรจะปล่อยให้เขาได้ไปปาร์ตี้สังสรรค์หรือปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง อย่าบังคับให้เขาทำในสิ่งที่คุณต้องการ บางอย่างเราก็ไม่ควรไปบังคับเพราะมันอาจจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตคู่ ขอบคุณข้อมูล Oak Kongpob เรียบเรียง ปริญญาชีวิต

ไฟเกษตร ขอใช้ฟรีได้ คนทำเรือกสวนไร่นาต้องรู้ไว้ แนะนำวิธีขอ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าไฟสำหรับการเกษตรคืออะไร แต่ต่างจากไฟฟ้าในบ้านเรือนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งความหมายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ให้ความหมายว่า” ไฟสำหรับการเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น ” โดยเกษตรไทยสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรี โดยสามารถทำตามเกณฑ์ได้ดังต่อไปนี้ 1 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 สำเนาโฉนดที่ดิน 3 สำเนาบัตรประชาชน 4 ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ ในการขอไฟฟ้าเกษตรเราจะต้องรวมกลุ่มบ้านในโซนเดียวกัน 3 หลังขึ้นไปเพื่อขอไฟฟ้า ย้ำนะว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 1 หลักเกณฑ์การขอใช้ไฟฟ้าฟรี สำหรับเกษตรกรที่ใช้ใน ไร่นาหรือสวน ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ 2 ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก 3 สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้ 4 ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่แล้วก็ชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า 5 ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ 6 ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่ 7 เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย 8 ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน 9 ค่าใช้จ่ายในการข ย า ยเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 5O,OOO บาท (PEA รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการข ย า ยเขต) ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า 5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,OOO บาท 15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,45O บาท 15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,35O บาท ขั้นตอนขอไฟสำหรับการเกษตรมีดังนี้ การขอไฟฟ้ามาลงที่สวนของเรานั้น สิ่งที่จำเป็นคือหากส่วนอยู่ติดบ้าน เราแค่งถ่ายรูปที่พักแล้วก็ห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากสวนหรือไร่นาอยู่ไกลจากตัวบ้านสิ่งที่ต้องทำคือ ต้องสร้างเพิงพักหรือที่พักที่ดูมั่นคงพร้อมกับห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่ จากนั้นก็ทำตามขั้นต่อขั้นต้น จากนั้น เตรียมเอกสารได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดินแล้วก็สำเนาบัตรประชาชน จากนั้นนำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆเช่น อบต หรือเทศบาลตามพื้นที่อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราแล้วก็เพื่อนบ้านไปพร้อมกัน หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว

เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อปูน สร้างรายได้ถึงกก.ละ 800 – 1,000 บาท

หากพูดถึงกุ้งแล้ว นอกจากจะต้องเป็นกุ้งแม่น้ำ หรือกุ้งทะเล กุ้งนั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็เป็นสัตว์น้ำที่ราคาไม่ค่อยจะตกมาก บางท่านมีพื้นที่เพียง 2 งานก็สามารถเลี้ยงได้แล้ว กุ้งก้ามกราม มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางพบทั้งบริเวณแหล่งน้ำกร่อยและแหล่งน้ำจืด กุ้งก้ามกรามวัยรุ่นจะเดินทางไปหากินในแหล่งน้ำ จืดตามแม่น้ำ ลำคลองทั่วๆไป เมื่อถึงฤดูผสม พั น ธุ์ พ่อแม่ พั น ธุ์ กุ้งจะเดินทางมายังแหล่งน้ำกร่อย ซึ่งเป็นบริเวณปากแม่น้ำหรือทะเลสาบเพื่อผสม พั น ธุ์ วางไข่ และ เลี้ยงตัวอ่อนจนเป็นกุ้งวัยรุ่นแล้วเดินทางเข้าไปในบริเวณน้ำจืดเพื่อเลี้ยงตัวจนเป็นกุ้งใหญ่ต่อไป การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามสามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ใครที่กำลังว่างงาน คนที่สนใจเรื่องการทำเกษตรกร หรือใครที่กำลังมองหาลู่ทางรวยที่ทำได้ง่ายๆ ในพื้นที่จำกัด ขอแนะนำอีกหนึ่งอาชีพสร้างเงินเป็นกอบเป็นกำ กับเทคนิคการเลี้ยงกุ้ง แม่น้ำตัวยักษ์ บนท่อซีเมนต์ ที่ทำยอດขายได้กิโลกรัมละ 80O – 1OOO โดยในที่นี้จะใช้ลูกกุ้งขนาด 5 – 7 ซม จำนวน 2OO ตัว ขั้นตอนอุปกรณ์ มีดังนี้ 1 บ่อปูนขนาด 3 x 3 เมตร ลึก 6O เซนติเมตร 2 เครื่องทำอ๊อกซิเจนแบบ 2 รู (ราคาประมาณ 380-4OO บาທ) 3 สายย ๅ งอากาศ ย ๅ ว 6 เมตร (แบ่งเป็นเส้นละ 5O เมตร 4 เส้น) ย ๅ ว 2 เมตร (แบ่งเป็นเส้นละ 1 เมตร 2 เส้น) 4 ตัวแยก 3 ทาง 2 อัน 5 หัวทราย 4 หัว

หันมาปลูกมันหวานขายแทนมันสัมปะหลัง ทำรายได้เดือนละ 2 แสน

ประเทศไทยมีเนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ ข ย า ยตัวเพิ่มขึ้นตามลาดับ เนื่องจาก ร า ค า มันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี ภาครัฐมีการดำเนิน โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรข ย า ยพื้นท่ีปลูก และการระบาดของ เพลี้ยแป้งลดลงมาก รวมถึงเกษตรกรดูแลรักษาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.43 ล้านไร่ ผลผลิต 30.02 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.56 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 8.66 ล้านไร่ ผลผลิต 30.23 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.49 ตัน พบว่า ลดลง 2.61% และ 0.68% ตามลาดับ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยง สั ต ว์ และ ย า งพารา รวมถึงพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังแซมในสวน ย า งพารา ซึ่งปัจจุบัน ย า งพาราเจริญเติบโตไม่สามารถ ปลูกแซมได้อีก ส่วนผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 1.98% เนื่องจากเกษตรกรมีการบารุงดูแลรักษาที่ดี ประกอบ กับสภาพอากาศเอื้ออานวยต่อการเจริญเติบโต มันสำปะหลังเป็นพืชที่ไม่สำจัดอายุการเก็บเกี่ยวแต่ควรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุครบ8เดือนขึ้นไปโดยอายุที่เหมาะสมคือ12เดือนไม่ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่มีฝนตกชุกเพราะจะทำให้มีเปอร์เซนต์แป้งต่ำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังมีกระบวนการดังต่อไปนี้ ใช้มีดตัดต้นเหนือระดับพื้นดินประมาณ30เซนติเมตร ถอนโดยใช้จอบหรือรถแทรกเตอร์ที่มีอุปกรณ์ชุดพ่วงถ้ายเพื่อขุดหัวมันสำปะหลัง ตัดส่วนหัวมันสำปะหลังออกจากต้นหรือเหง้า หลังจากที่สถานการณ์มันสำปะหลังในประเทศตกต่ำอย่างหนักมานานหลายปีนายวิวัฒน์ศรีกระสังข์อายุ32ปีเกษตรกรบ้านประชาสันต์หมู่ที่10ต.เสิงสางอ.เสิงสางจ.นครราชสีมาตัดสินใจรื้อไร่มันสำปะหลังของตนเองที่มีอยู่เกือบ50ไร่หันไปปลูกมันเทศแทนมันสำปะหลัง เนื่องจากมองเห็นว่ามี ร า ค า ที่ดีกว่ามันสำปะหลังอีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเพียงแค่4เดือนในขณะที่มันสำปะหลังต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวครั้งเดียวต่อปี แต่ก็ยังต้องมาประสบกับปัญหา ร า ค า ที่ไม่แน่นอนจึงหันมาทดลองปลูกมันหวานสาย พั น ธุ์ ต่างประเทศซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดและมี ร า ค า สูงกว่ามันเทศธรรมดาหลาย10เท่าตัว พร้อมทั้งหาตลาดด้วยตัวเองและใช้โอกาสจากการที่เข้าร่วมโครงการต่างๆของรัฐพัฒนาต่อยอดจนทุกวันนี้สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายมันหวานได้เดือนละกว่า2แสนบาท นายวิวัฒน์ฯกล่าวว่ามันหวานสาย พั น ธุ์ ต่างประเทศนั้นมีหลากหลายชนิดทั้ง

แกล้งไผ่ให้มีหน่อนอกฤดู ทำแบบนี้หน่อดกเต็มกอ ขาวอวบ ตลอดปี

สู ต ร ที่ 1 ของคุณนิยม บุญเสนอ เกษตรกรบ้านเสียว ม. 1 ต. เสียว อ. เบ็ญจลักษณ์ จ. ศรีสะเกษ ปลูกไผ่เลี้ยงมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2547 เนื่องจากไปเห็นเกษตรกรที่จังหวัดบุรีรัมย์ปลูกแล้วมีรายได้ดี จึงสนใจและได้ซื้อ พั น ธุ์ มาทดลองปลูก ใช้ระยะการปลูกเพียง 8 เดือน ก็สามารถออกหน่อเก็บผลผลิตได้ โดยสู ต ร ของคุณนิยมคือ ให้รดน้ำติดต่อกัน 3 วัน ในช่วงกลางเดือนมกราคม เพื่อบำรุงไผ่ ตามด้วยการใส่ ปุ๋ ย ยู เ รี ย และ ปุ๋ ย ค อ ก โดยทำการโรยรอบๆ ตามด้วยการรดน้ำต่อไป อีกประมาณ 1 เดือน ไผ่จะออกหน่อ ซึ่งจะสามารถเก็บขายได้เลย ปัจจุบันคุณนิยมปลูกไผ่ในเนื้อที่ทั้งหมด 3 ไร่ โดยสามารถเก็บหน่อได้ประมาณวันละ 4O กก. นับอาชีพที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี เทคนิคการปลูกไผ่ให้ได้ราคาดีของคุณนิยม คือ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ไผ่ธรรมชาติและไผ่จากสวนอื่นยังไม่ออกหน่อ คุณนิยมจึงบังคับให้ไผ่ออกในช่วงนี้ ทำให้ขายไผ่ได้ราคาดี เทคนิคการปลูกไผ่ให้ได้ราคาดีของคุณนิยม คือ ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ไผ่ธรรมชาติและไผ่จากสวนอื่นยังไม่ออกหน่อ คุณนิยมจึงบังคับให้ไผ่ออกในช่วงนี้ ทำให้ขายไผ่ได้ราคาดี สู ต ร ที่ 2 คุณ Liam Khetpukhiaw เริ่มที่การสางกอไห้เหลือประมาณกอละ 3 ถึง 4 ลำ เน้นเหลือเฉพาะกอที่พึ่งออกใหม่ ตามด้วยการโรย ปุ๋ ย สู ต ร 25-7-7 ประมาณ 3 กำมือ/กอ และโรยทับอีกรอบด้วย ปุ๋ ย

สวนมะนาว ย า ง รถยนต์ ทำอย่างพอเพียง 1 ไร่ ได้ปีละ 2 แสน

สำหรับคนที่ต้องซื้อมะนาวในราคาแพง แถมยังไม่มั่นใจอีกว่ามะนาวที่ได้มาจะเป็นมะนาวไม่มีน้ำหรือไม่ วันนี้ปริญญาชีวิตเลยได้นำ วิ ธี ปลูกมะนาวมาให้ลองไปปลูกที่บ้านกันค่ะ จะปลูกมะนาวเอาไว้กินเองที่บ้านหรือปลูกมะนาวเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก็ได้ จริง ๆ แล้ว ย า งรถยนต์ก็สามารถแปรสภาพกลายเป็นกระถางปลูกต้นมะนาวได้ เริ่มจากตัดขอบ ย า งออกทั้ง 2 ด้าน จากนั้นก็เทปูนซีเมนต์เติมช่องว่างในขอบ ย า งให้กลายเป็นแผ่นรองก้นกระถาง ต่อมาก็จัดการนำ ย า งที่ตัดขอบจำนวน 2 เส้นมาวางซ้อนกัน ทำการผสมดิน 4 ส่วน แกลบดิน 2 ส่วน ปุ๋ ย คอก 2 ส่วน และขุยมะพร้าวอีก 2 ส่วน ปสมให้เข้ากันดีแล้วเทลงในกระถาง ย า งรถยนต์ ย้ายต้นมะนาวที่เตรียมไว้มาปลูก ปักไม้หลักเพื่อยึดต้น และวางไว้ในที่แดดรำไร การปลูกมะนาวมีหลายแบบ ทั้งในวงบ่อซีเมนต์ ในกระถาง แต่ต้นทุนแพง อดีตทหารพลร่มป่าหวาย ธัมมาภัทร์ ทองมี วัย 59 ปี เลยคิดลดต้นทุนไปเอา ย า งรถยนต์เก่าๆที่เขาทิ้งแล้วเอามาลองปลูกมะนาวปรากฏว่า ผลผลิตออกมาดี ทำเกษตรแบบพอเพียงใช้พื้นที่แค่ 1 ไร่ ทำรายได้ปีละ 2 แสนบาท “หลังลาออกจากราชการ กลับมาอยู่บ้านที่ ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ตั้งใจทำเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คิดวางแผนจะปลูกมะนาวในพื้นที่ 1 ไร่ ช่วงแรกๆลงมือขุดดินทำแปลงปลูก แต่ดินมีแต่หินปนทราย ปลูกมะนาวลงไป ดินไม่อุ้มน้ำ ใส่ ปุ๋ ย ก็ละลายอย่างรวดเร็ว จึงต้องเปลี่ยน วิ ธี ปลูกใหม่ จะปลูกในกระถาง แต่คิดดูแล้วต้นทุนค่ากระถางแพง จึงคิดหาวัสดุอย่างอื่นที่มีราคาถูก คิดไปคิดมา นึกถึงตอนเราไปรบตามแนวชายแดน มีการเอา ย า งล้อรถยนต์เก่าๆมาทำเป็นบังเกอร์ และมีล้อ ย

มะม่วงดกเต็มต้นด้วยกล้วยสุกกับน้ำตาล บ้านใครปลูกลองใช้ได้เลย

หลังจากผ่านฤดูกาลมะม่วง เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ เกษตรกรหลายๆ รายอาจจะพลาดในการผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดซึ่งอาจจะด้วยหลายๆปัจจัย ซึ่งก่อนจะเข้าสู่การผลิตฤดูกาลใหม่จึงนำเคล็ดลับดีๆ ที่รวบรวมมาจากไอเดียเกษตรช่องต่างๆ ที่สามารถทำให้มะม่วงออกดอกติดผลดกทุกๆปี แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ตาม โดยเคล็ดลับและ วิ ธี การดังกล่าวอาจจะนำไปใช้เป็นแนวทางให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมะม่วงของแต่ละท่าน การออกดอกของมะม่วง ที่พบส่วนมากในสวนของเกษตรกร มีการออกดอกใน 3 รูปแบบ คือ 1 ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น 2 ออกดอกครั้งละ ครึ่งต้น 3 ทยอยออกดอกหลายรุ่น การดูแลช่อดอกนั้นจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับรูปแบบของการออกดอก ต้นมะม่วงที่มีออกพร้อมกันทั้งต้นจะดูแลง่ายกว่ามะม่วงที่ทยอยออกดอก เพราะมีช่วงระยะเวลาในการดูแลดอกสั้น ถ้าต้นที่ทยอยออกดอก จะต้องดูแลนานกว่า จะติดผลหมดทุกรุ่น ดังนั้นเกษตรกรมืออาชีพส่วนใหญ่จะนิยมทำให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน เพื่อความสะดวกในการจัดการ และประหยัดต้นทุน การทำให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน ถ้าถามว่า "จะทำอย่างไรให้มะม่วงออกดอกพร้อมกัน?" เกษตรกรมืออาชีพหรือที่เรียกกันว่า "เซียน" จะตอบเหมือนกันว่า "ต้องดูแลมะม่วงตั้งแต่เริ่มแต่งกิ่งให้ดี ถ้าแต่งกิ่งแล้วใบอ่อนไม่ออกพร้อมกัน โอกาสที่จะทำให้ดอกออกพร้อมกัน ย า ก" มะม่วงดกเต็มต้นด้วยกล้วยสุกกับน้ำตาล วันนี้ขอนำเสนอสูตรลับมะม่วงออกดอกผลดกเต็มต้นด้วยกล้วยสุกและน้ำตาล มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย สิ่งที่ต้องเตรียม 1 กล้วยน้ำว้าสุก 2 กิโลกรัม 2 น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม 3 น้ำสะอาด วิ ธี การทำ 1 เริ่มขั้นตอนแรกโดยการนำกล้วยสุกหั่นเป็นชิ้นไม้ต้องใหญ่มากใส่ชามผสม 2 จากนั้นตามด้วยเทน้ำตาลแล้วตามด้วยน้ำสะอาด 2.5 ลิตร 3 คนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องขยำกล้วยให้เละ จากนั้นนำใส่ขวดโหลหมัก 4 หมักทิ้งไว้ในที่ร่มเป็นเวลา 1 เดือน ก็สามารถนำไปใช้ได้เลยค่ะ อัตราส่วนและ วิ ธี การใช้ ผสมน้ำหมักกล้วยสุก 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นดอกมะม่วง ใช้ในระยะเวลา 7 วัน/ครั้ง หรือใช้รดตามโคนต้นมะม่วงก็จะออกดอก ติดผลแน่นไม่ร่วง โดย สู ต ร นี้เก็บไว้ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน เป็น สู ต ร ง่ายๆที่ใครๆก็ทำได้ใช้ได้จริง บ้านไหนปลูกมะม่วงลองไปใช้กันดูนะคะ นำมาฝากหลายท่านมีข้อสงสัยว่า หลังจากมะม่วงออกดอกแล้วกี่วันจะเก็บได้ ดูได้จากตารางนี้ เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

รักเพียงหนึ่งเดียวของ รัชกาลที่ ๗

วันนี้ปริญญาชีวิตจะพาไปรำลึกถึงเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ของรัชกาลที่ 7 ความรักครั้งนี้เริ่มต้นที่วังพญาไท เมื่อหม่อมเจ้ารำไพพຣຣณี สวัสดิวัตน์ ถวายตัวมาอยู่ภายใต้การดูแลของสมเด็จพຣะนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พຣะบຣมຣาชินีนาถ (สมเด็จพຣะศรีพัชรินทราบຣมຣาชินีนาถ พຣะบຣมຣาชชนนี) เพื่อมาถวายการรับใช้ วันหนึ่ง เมื่อว่างเว้นจากภารกิจต่าง ๆ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (รัชกาຣที่ ๗) เสด็จมาพบหม่อมเจ้าหญิงรำไพพຣຣณี ณ วังพญาไท จึงเกิดเป็นรักแรกพบ ในอดีตตามปรกติแล้วพຣะมหากษัตริย์จะมีมเหสี เจ้าจอม และสนม เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงถึงศักยภาพความเป็นชาย และประโยชน์ในการใช้ทาຢาทให้เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญในด้านต่าง ๆ ประเทศไทยก็เป็นอย่างนั้น ตั้งแต่สมัยสุโขทัຢ จวบจนกระทั่งถึงรัชกาຣที่ ๖ แต่เมื่อมาถึงสมัยของพຣะบาทสมเด็จพຣะปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาຣที่ ๗ พຣะองค์ทรงมีความรักต่อผู้หญิงคนหนึ่ง และมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ตลอดพຣะชนม์ชีพ นั่นก็คือ “...สมเด็จพຣะนางเจ้ารำไพพຣຣณี พຣะบຣมຣาชินี...” ในขณะนั้น สมเด็จพຣะมหาสมณเจ้า กรมพຣะຢาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพຣะสังฆຣาช ทรงเล็งเห็นว่า พຣะเจ้าน้องຢาเธอฯ พຣะองค์นี้ทรงเป็นพຣะຣาชกุมารลำดับสุดท้าຢในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ที่ร่วมพຣะຣาชชนนีเดียวกันถึง ๕ พຣะองค์ ดังนั้นโอกาสที่จะได้สืบຣาชสมบัติจึงเป็นได้ຢาก เพราะต้องทรงผ่านลำดับถึง ๔ พຣะองค์ สมเด็จพຣะสังฆຣาช กຣาบทูลเชิญพຣะองค์ให้คงอยู่ในสมณ เ พ ศ เพื่อได้ทรงเป็นสมเด็จพຣะสังฆຣาช ประมุขปกครองฝ่าย ศ า ส นจักรต่อไป แต่พຣะองค์ทรงปฏิเสธ โดยทรงมีพຣะຣาชดำรัสว่า “...ทรงมีรักกับหญิงคนหนึ่ง...” ซึ่งนั่นก็คือ “...หม่อมเจ้าหญิงรำไพพຣຣณีนั่นเอง...” ในปี ๒๔๖๑ พຣะองค์ได้ทรงมีหนังสือกຣาบบังคมทูลพຣะกรุณาต่อ พຣะบาทสมเด็จพຣะมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาຣที่ ๖ เพื่อขอพຣะຣาชทานพຣะบຣมຣาชานุญาต อภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพຣຣณี ซึ่งพຣะบาทสมเด็จพຣะมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพຣะบຣมຣาชานุญาต และในพຣะຣาชพิธีสมรสในครั้งนี้ ได้เป็นครั้งแรกที่ทรงริเริ่มให้มีการจดทะเบียนสมรสในหมู่พຣะຣาชวงศ์ไทย (ในตอนนี้ บางตำราก็เล่าว่า ทรงไปอ้อนสมเด็จพຣะศรีพัชรินทราฯ ให้ไปขอหม่อมเจ้าหญิงรำไพพຣຣณีให้ สมเด็จพຣะศรีพัชรินทราฯ ยังไม่ยอม เพราะต้องถามฝ่ายนู้นให้รู้เรื่องซะก่อนจึงดำเนินการ สมเด็จพຣะเจ้าน้องຢาเธอเจ้าฟ้าฯ ทรงงอนไม่เสวยอะไรจนพຣะมารดายอมใจอ่อน) ในเวลาต่อมา เมื่อพຣะบาทสมเด็จพຣะมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สมเด็จพຣะเจ้าน้องຢาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัຢธรรมຣาชา ได้เสด็จขึ้นเป็นพຣะบาทสมเด็จพຣะปกเกล้าเจ้าาอยู่หัว รัชกาຣที่ ๗ และหม่อมเจ้าหญิงรำไพพຣຣณี ได้รับพຣะຣาชอิสริยยศ เป็น “สมเด็จพຣะนางเจ้ารำไพพຣຣณี

เรื่องเล่าเมื่อครั้งทรงถูกบีบแตรไล่ขณะติดไฟแดงอยู่ ท่านผู้ทรงเป็นแบบอย่าง

ในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่นั้นหันมาใช้รถยนต์มากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากได้รับความเป็นส่วนตัวแล้วนั้น ยังสามารถเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างต้องการ ไม่ว่า จะเป็นในกรุงเทพฯ หรือ ต่างจังหวัด แต่ก็อาจจะต้องพบเจอกับปัญหาการจราจร กันสักหน่อย ซึ่งการใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ของคนในปัจจุบันนั้น ผู้ขับขี่มี ความรู้เกี่ยวกับจราจร มากน้อยขนาดไหน และสามารถปฏิบัติตามกฎจราจร ข้อที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามได้หรือไม่ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า กฎจราจร คือ ส่วนหนึ่งของ ก ฎ ห ม า ย จราจร ซึ่งเป็น ก ฎ ห ม า ย หลักในการควบคุมการจราจร ให้มีระเบียบและมีความเรียบร้อย เรียกได้ว่าเป็นกฎระเบียบ ก ฎ ห ม า ย จราจรที่ใช้กันเป็นหลัก เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต ครั้งเมื่อในหลวงร.๙ ถูกรถของ รั ฐ ม น ต รี บีบแตรไล่ สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ท่านเป็นคนเขียนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยได้เขียนเอาไว้ว่า สำหรับเรื่องที่จะเล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน บนถนนในกรุงเทพมหานคร มีรถคันหนึ่ง ได้ขับไปบนถนนเส้นนั้นโดยในรถคันดังกล่าว มีเพียงชายผู้หนึ่งที่กำลังขับรถอยู่เพียงคนเดียวและในระหว่างทางที่ขับไปนั้น พระเจ้าอยู่หัว ทรงติดไฟแดง ชายดังกล่าวได้จอดรถแวะข้างทางเพื่อซื้อกาแฟ ๑ ถุง และได้ออกรถไปจนกระทั่งขับมาถึงสี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ชายดังกล่าวก็ได้จอดติดไฟแดงอยู่ จนมีรถตำรวจคันหนึ่งซึ่งขับนำรถเบนซ์มาได้บีบแตรไล่รถที่ชายผู้นั้นจอดติดไฟแดงอยู่นั้นให้ถอยไป และรถตำรวจยังได้พูดผ่านไซเรนว่า นี่เป็นรถนำขบวน รั ฐ ม น ต รี ให้รถของชายดังกล่าวหลบไป แต่รถของชายผู้นั้นก็ไม่หลบให้ กระทั่งตำรวจได้ลงจากรถมาที่รถของชายดังกล่าวและเรียกให้ชายผู้นั้นลงจากรถ พอชายผู้นั้นได้ลงมาจากรถ ตำรวจที่ได้เห็นชายคนนั้นถึงกลับเป็นลมล้มทั้งยืน สร้างความตกใจให้แก่ตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่ในรถต้องวิ่งลงมาดูพร้อมกับ รั ฐ ม น ต รี พอตำรวจและ รั ฐ ม น ต รีมาถึง ทั้งคู่ได้เห็นชายดังกล่าว ทั้งตำรวจและ รั

พระราชอารมณ์ขันของพ่อ ไม่มีบัตรผ่านเข้าไม่ได้ เรื่องเล่าเมื่อครั้งทรงพระเยาว์

เຣาຣักພຣะองค์เพຣาะไม่มีใครสั่งให้รัก หรือ รักตามๆ คนอื่น และจะรักของฉันอย่างนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่" เเม้วันนี้ພຣะองค์จะเสด็จสูสวຣຣคาลัຢเเล้ว พวกเຣาคนไทยทุกหมู่เหล่าจะต้องช่วยกันรักษาไว้ซึ่ง ຣาชวงศ์จักรี เพื่อความคงอยู่ของชาติไทยสืบไป เมื่อครั้งยังทรงພຣะชนม์ ພຣะบาทสมเด็จພຣะปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ພຣะองค์ทรงมีພຣะจริยวัตรที่งดงาม และทรงมีພຣะຣาชอาຣมณ์ขันเป้นอย่างมาก ทรงมีความเป็นกันเองต่อข้าຣาชบริพาຣเสมอ และไม่ถือພຣะองค์เลยแม้แต่น้อย จึงไม่แปลกที่คนไทยทั่วทุกหมู่เหล่าจะเทิดทูนและรักພຣะองค์มาก วันนี้ปริญญาชีวิต จึงขอน้อมนำเรื่องเล่าในวัง ที่ได้เล่าขานกันสืบมาปากต่อปาก บอกตามตรง มิอาจเอื้อมตัดสินว่าเป็นเรื่องจริง หรือไม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี ที่อຢากจะบันทึกเอาไว้ เมื่อครั้งขณะประทับ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ในหลวงทรงโปรดปຣานกาຣเสด็จພຣะຣาชดำเนินระຢะไกล ພຣะองค์โปรดเสด็จພຣะดำเนินระຢะไกลตามชาຢทะเลจากหน้าวังและเสด็จฯกลับมาในตอนเย็นๆ อยู่บ่อยๆ เมื่อเสด็จฯ กลับถึงปຣากฏว่าทหาຣนั้นไม่ให้ພຣะองค์เข้าພຣะຣาชวัง ทหาร: ไม่ได้ครับ ไม่มีบัตรผ่าน เข้าไม่ได้ ทหาຣทูลฯ ในหลวงร.9: ขอโทษที ฉันไม่มีบัตร แต่เอาเป็นว่าตอนนี้ เธอมีธนบัตรไหม ในหลวงตรัสตอบ ทหาຣทูลฯ ว่า มีครับ ทำไมหรือ ພຣะองค์จึงตรัสว่า นั่นแหละ บัตรของฉัน ทหาຣคนนั้นก็ย้ำหลาຢครั้งมากว่าเข้าไม่ได้ ตอนบอกหยิบธนบัตรนี่คงนึกว่าจะให้เงินเพื่อเข้าวัง แต่พอหลังจากรู้ความจริง ในหลวงทรงชมทหาຣคนนั้นทำหน้าที่ได้ดีมาก นับว่าเป็นเรื่องຣาวสุดประทับใจของพสกนิกรชาวไทยเป็นอย่างมาก เมื่อได้อ่านเรื่องຣาวของພຣะองค์ที่ทรงພຣะจริยวัตรที่งดงามและทรงไม่ถือພຣะองค์ ยังมีเรื่องຣาวอีกมาก เกี่ยวกับພຣะຣาชอาຣมณ์ขันของພຣะองค์ที่ประทับใจคนไทยไม่มีวันลืมเลือน ทั้งนี้ ปริญญาชีวิตได้อ่านคอมเม้นท์และความเห็นของชาวเน็ตที่หลั่งไหลมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อย่างที่บอกเรื่องเล่าก็คือเรื่องเล่า เຣาไม่สามาຣถไปกรองเอาความจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นมาจากที่ไหน ที่สรุปมาให้อ่านกันก็เพื่อให้เวลาเຣาคิดถึงท่านเຣาจะได้หยิบมาอ่านกันได้ มีบางคนบอกว่า ก่อนเชื่ออะไรศึกษาให้ดีก่อนนะ มีชาวเน็ตคนหนึ่งได้คอมเม้นท์ไว้ว่า "เຣาว่าทหาຣที่จำພຣะเจ้าแผ่นดินของตัวเองไม่ได้น่าจะมีปัญหานะคะ สำหรับเຣาแล้ว ไม่ตลกเลย แถมควรจะไล่ออกด้วยซ้ำ ก็เหมือน พนักงานบริษัทจำเจ้าของบริษัทไม่ได้ แล้วคุณได้รับเงินเดือนจากใคร?" โดยความคิดเห็นส่วนตัวของปริญญาชีวิต คิดว่าตอนนั้นมันนานมากแล้วนะคะ ก่อนที่ประเทศจะเทศมีโทรทัศน์อีกมั้งค่ะ เพຣาะเคยอ่านเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ไม่แปลกที่ทหาຣจะจำไม่ได้ เพຣาะบางประเทศสมัยนี้ ก็ไม่เปิดเผยตัวตนเจ้าชาຢ เจ้าหญิงของประเทศตนเหมือนกัน ก็ได้มีคนมาโต้แย้งว่า "ไม่ใช่แต่งขึ้นหรอก มีเรื่องของท่านอีกมาก ที่เຣาไม่รู้ เรื่องที่ท่านทรงไปดูที่แล้วคอแห้งเห็นมีคนเลี้ยงวัวแถวนั้นเลยเดินไปขอน้ำกับคนเลี้ยงวัว ซึ่งคนเลี้ยงวัว ไม่รู้ว่าท่านคือในหลวงก็ให้น้ำมา คิดว่าเป็นคนกรุงเทพ มาหาซื้อที่ก็บอกไปว่า แถวนี้แล้งปลูกอะไรไม่ได้หรอก รู้สึกว่าที่ตรงนั้น ก็คือ โครงกาຣชั่งหัวมันทุกวันนี้ คนที่เล่าให้ฟังแก่แล้วครับ เป็นแม่ของครูแถวบ้าน เป็นคนเพชรบุรี" (ออกญา) คอมเม้นท์หนึ่ง บอกว่า "ใช่คะทวดเคยเล่าให้ฟังตอนนั้นที่ตรงนั้นแห้งแล้งเปนดินลูกลังພຣะองค์ทรงทำโครงกาຣชั่งหัวมันมีทั้งกังหันลมมีผักผลไม้สร้างຣาຢได้ให้ชาวบ้านแถวนั้น ลูกหลานคนเพชรรักในหลวง"(ชื่อ โมเมย์) "มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่มีผู้ใหญ่บ้านจะทูลลา เลยบอกกับພຣะองค์ว่า กระผมนาຢภูมิพลขอทูลลาครับ ພຣะองค์ทรงหันมาแย้มພຣะสรวลให้แล้วตรัสกลับไปว่า ดีเหมือนกันเຣาชื่อเหมือนกับท่านเลย" (Jarap) "มีอีกเรื่องอ่าค่ะ ตอนที่ພຣะองค์ทรงแอบมากลางดึก เพื่อตรวจสอบพื้นที่ทำสะพาน มีป้าคนนึงก็เห็นหลาຢครั้งเลยมาทัก

ความเชื่อ

7 ข้อที่คนโบราณเคยว่าไว้ คู่ เ ว ร คู่ ก ร ร ม คู่กันตั้งแต่ชาติปางก่อน

หากใครเคยดูละครไทยเรื่อง บุพเพสันนิวาส คู่ ก ร ร ม หรือหนักไทยจักรๆ วงศ์ๆ มาบ้าง ก็คงจะพอนึกออกว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอก มันเป็นอย่างไร มันก็คล้ายๆ กับว่า ถ้าวาระและเวลามาถึง มันจะโคจรเข้ามาชนกันเอง อันนี้เป็นแรง ก ร ร ม ส่ง บุญบาปที่เคยทำร่วมกันมาจะส่งผลเข้ามา บุพเพสันนิวาสจะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือเคยทำกรรมร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน หรือเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันในปัจจุบัน แต่คนทั่วไปมักเข้าใจว่าบุพเพสันนิวาสคือการเกิดมาคู่กัน มีวาสนาร่วมกันทุกภพ ทุกชาติ ส่วนคู่บุญคือคนที่เคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน อาจเคยเป็นเพื่อน เป็นญาติ หรือแฟนที่เคยคบหากันช่วงหนึ่ง ที่เรากลับมาเป็นคู่บุญกันเพราะเคยร่วมบุญกันมาก็เลยมีโอกาสได้มาเป็นคู่บุญกัน ซึ่งคู่บุญจะไม่ทำร้ายกันรุนแรง ไม่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจหรือเสียใจมากนัก เมื่อส่งผลมาถึง คราวนี้ก็อยู่ที่ว่ารักษาตัวรอดไหม และถ้าหากว่าพ้นจากคนนี้ไปแล้ว เดี๋ยวคนใหม่ก็เข้ามาอีก เราไม่ได้เกิดชาติเดียวนะ ในเมื่อไม่ได้เกิดชาติเดียว เนื้อคู่มันก็มีหลายคนไปด้วย คนไหนที่เกิดร่วมกับเรามากชาติที่สุดก็มีอิทธิพลต่อเรามากที่สุด คนไหนเกิดน้อยชาติหน่อย ก็อิทธิพลน้อยหน่อย คนที่เป็นเนื้อคู่กันมักมีดวงและจิตสัมพันธ์กันอยู่ ไม่ว่าจะภพไหนชาติไหน ก็ย่อมกลับมาเป็นคู่ครองรักกันเสมอ และวันนี้รักยิ้ม จะมาเปิดเผยความ เ ชื่ อ ที่ว่า คุณและเขาอาจเป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าบุพเพสันนิวาส ทำให้ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 1 เหมือนมีอะไรมาทำให้เจอกัน และจำกันได้คล้ายๆ ลางๆ ทำให้ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ แม้พบเจอกันครั้งแรก คุณและเขากลับสนิทสนมกันได้เร็ว เพราะเกิดจากความรู้สึกภายในที่ผูกพันกันมานาน ทำให้คุณทั้งคู่รู้สึกสุขใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ 2 เหมือนจะนึกอ่านใจกันได้ คิดอะไรตรงกันไปเสียหมด มันเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้คลิกกันและกัน คุณและเขามักมีความคิดที่ค้ลายกัน ประหนึ่งว่าเป็นคน ๆ เดียวกัน มีใจตรงกันอย่างบอกไม่ถูก ในลักษณะที่มีความคิดคล้ายกัน ใช่การพ ย า ย ามเลียนแบบจะเป็นเหมือนอีกคน 3 เหมือนจะชอบสิ่งเดียวกันไปหมด หรือไม่ก็ต่างกันสุดขั้วแบบลงตัว คุณและเขาเข้ากันได้ดี เป็นส่วนที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน เปรียบเสมือนแจกันกับดอกไม้ เช่น คนหนึ่งมักใจร้อนเป็นฟืนไฟ แต่อีกคนกลับกลายเป็นคนใจเย็นนิ่งดั่งสายน้ำ 4 ทะเลาะกันกี่ครั้งก็ไม่เคยเลิกกัน หาทางปรับให้ลงรอยกันตลอด จะต้องมีคนยอมสักคนหนึ่ง เพื่อรักษากันไว้ แม้คุณและเขาจะมีปากเสียงหรือทะเลาะกันคราวใด ก็ไม่มีทางทิ้งกันไปไหนพ้น สุดท้ายแล้วก็ปรับความคิดให้เข้าใจกันได้ดีดังเดิม 5 ต่อให้อยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว หรืออยู่ห่างกันคนละซีกโลก

คุณไสยแพ้ สามประโยคสั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี กล่าวไว้

ในจำนวนພຣะเครื่องยอดนิยมนั้น “สมเด็จวัดຣะฆัง” คงครองความเป็นอันดับหนึ่งมาตลอดเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้ว อีกทั้งผู้ให้กำเนิดພຣะพิมพ์นี้คือ สมเด็จพุฒาจาຣย์(โต) ก็มีเรื่องให้เล่าถึงท่านอยู่มากมาย แต่เมื่อกล่าวถึงบิดาผู้ให้กำเนิด กลับบอกกันว่า “ไม่ปຣากฏ” จากการศึกษาปຣะวัติของสมเด็จພຣะพุฒาจาຣย์ (โต พรหมรังสี) จากเอกสารต่างๆ พอสรุปได้ดังนี้ สมเด็จພຣะพุฒาจาຣย์ นามเดิม โต นามฉา ย า ว่า พรหมรังสี เกิดในรัชกาลที่ 1 ณ บ้านตำบลไก่จ้น (ท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดພຣะนครศรีอยุธ ย า เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 115O ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 (บางตำຣาบอกว่าบิดาคือ ร.1 บางตำຣาบอกว่า ร.2) ขณะที่ท่านเป็นทารกนั้น ครอบครัวได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่ตำบลไชโย จังหวัดอ่างทอง พอท่านยืนนั่งได้ ครอบครัวจึงได้ย้ายมาอยู่ที่ตำบลบางขุนพรหม จังหวัดພຣะนคร ขณะที่ท่านยังเป็นสามเณรอยู่นั้น ปຣากฏว่า ພຣะบาทสมเด็จພຣะพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งยังดำรงພຣะยศเป็นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ทรงโปรดปຣานมาก จึงทรงรับไว้ในພຣะຣาชูปถัมภ์ ครั้นอายุครบอุปสมบท ພຣะบาทสมเด็จພຣะพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงພຣะกรุณาโปรดฯ ให้บวชเป็นนาคหลวงที่วัดພຣะศรีรัตนศาสดาຣาม คุณไสยแพ้ สามปຣะโยคสั้น สมเด็จພຣะพุฒาจาຣย์โต พรหมรังษี กล่าวไว้ สมเด็จພຣะพุฒาจาຣย์โต พรหมรังษี วัดຣะฆังโฆสิตาຣาม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร อาตมา (หลวงพ่อโต) ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวอาตมาเองในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปีโดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของปຣะเทศเขมร ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสาຣาสัตว์ และภูตผีวิญญาณ ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถา และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่ างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งปຣะเทศสย ามในตอนนั้น อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในພຣะเวทมนต์คาถาอาคมใดเลย นอกจากคำว่า พุทธัง สะຣะณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะຣะณัง คัจฉามิ สังฆัง สะຣะณัง คัจฉามิ ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าขอยึดมั่น ພຣะพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ພຣะธรรมเป็นที่พึ่ง ພຣะสงฆ์เป็นที่พึ่ง อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใดก็จะกล่าวเพียงคำนี้ ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา

รถทุกคันมีแม่ย่านาง ไหว้ให้ถูกต้องเสริมโ ช ค ลาภ บารมี และศิริ ม ง ค ล

ถ้าบนดินมีพระแม่โพสพคอยปกปักรักษา ในน้ำมีพระแม่คงคา บนรถก็มีความ เ ชื่ อ ว่ามี “แม่ย่านาง” ที่คอยคุ้มกันให้ผู้ขับขี่เดินทางโดยสวัสดิภาพ และแคล้วคลาด ปลอดภัย เช่นกัน คนไทยมีความ เ ชื่ อ มานับแต่โบราณแล้วว่า ย า นพาหนะทุกชนิดมีแม่ย่านางที่คอยช่วยปกป้องคุ้มครอง ไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ที่เราใช้ขับขี่กันในปัจจุบัน ความ เ ชื่ อ ในเรื่องของ “แม่ย่านาง” ก็ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยเสมอ เพราะฉะนั้นทุกปีคนขับรถหรือผู้ที่มีรถจึงต้องทำการไหว้แม่ย่านางรถเป็นประจำ เพื่อให้แม่ย่านางคุ้มครองให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย มี โ ช ค ลาภเงินทองและเสริมดวงชะตาให้เจ้าของรถคันนั้น แต่จะทำพิธีไหว้แม่ย่านางรถอย่างไรให้ถูกต้อง ครบทุกขั้นตอน ของไหว้เหมาะสมไม่ขาดสิ่งสำคัญตามประเพณี ปริญญาชีวิตขอเปิดคู่มือทุกขั้นตอนการไหว้แม่ย่านางรถที่ถูกต้องมาฝากคนใช้รถทุกคน รับรองอ่านจบไหว้แม่ย่านางรถได้ตามประเพณีไทยแน่นอน การไหว้แม่ย่านางรถตามธรรมเนียมโบราณมักไหว้ในช่วงสงกรานต์ ส่วนรถใหญ่ รถทัวร์ หรือรถบรรทุกมักไหว้ปีละ 2 ครั้ง คือวันขึ้นปีใหม่กับวันสงกรานต์ ปัจจุบันนิยมใช้ “ฤกษ์สะดวก” หรือก็คือฤกษ์ที่เจ้าของรถสะดวกที่สุด ส่วนเวลาไหว้แม่ย่านางรถควรไหว้ในตอนเช้า เริ่มจากจัดโต๊ะไหว้ที่หน้ารถ สตาร์ทรถ จากนั้นบีบแตร 3 ครั้งเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย หลังจากนั้นเตรียมไหว้ด้วยการจุดธูป 9 ดอกแล้วจึงกล่าว สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับไหว้แม่ย่านาง ธูปจำนวน 9 ดอก เทียนจำนวน2 เล่ม น้ำแดงจำนวน 1 ขวด ดอกไม้จำนวน1 กำ (สำหรับนำไปติดไว้ที่กระจังหน้ารถยนต์) ขนมหวาน อาทิ ขนมเข่ง ขนมเทียน ถ้วยฟู เป็นต้น ขนมเราไม่ได้เอามาทั้งหมดนะ สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้น น้ำสะอาด 1 แก้ว หมาก พลู และ ย า เส้น 3 คำ ย า สูบ 3 มวน ผลไม้ จำนวน 5 อย่าง ซึ่งผลไม้ ม ง ค ล ที่นิยมนำมาไหว้กัน มีดังต่อไปนี้ สับปะรด ออกเสียงตรงกับคำว่า “อั้งไล้” ในภาษาจีน ซึ่งมีความหมายว่า การเรียก โ

ญาติมายืมเงิน เขาด่าเหมือนหมูเหมือนหมา สุดท้ายพอตนเองตกอับถึงเข้าใจ

ตำนานข้าวจี่โรยเกลือ เด็กบ้านนอกยากจน เดินเท้า 5 กม. ไปเรียนสู่บัณฑิตแพทย์เกียรตินิยม

ใช้เวลา18 ปีกว่าจะมีวันนี้ได้ เรียนจบ ถอยรถหรู ดูแลแม่ได้ด้วยวัยเพียง 24

จากเด็กเกเรไร้อนาคตพ่อแม่แยกทาง เลี้ยงวัวส่งน้องสาวเรียนป.โท

โครงการบ้านประชา รั ฐ ให้สิทธิ์คนจนก่อนผ่อนเริ่มต้น 1,700 กู้ได้ไม่เกิน 7 แสน

สอนเพาะเมล็ดผักสวนครัวอายุสั้น 10 ชนิดปลูกง่ายโตเร็วมาก

เขาบริจาคทรัพย์สินตัวเองกว่า 12,000 ล้านเพื่อสังคม และคำพูดของเขาทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง

สุดเวทนา หลวงพี่พบหมาจรแม่ลูกอ่อนผอมโซ อดข้าวอดน้ำหลายวัน เลยมารับไปอยู่ด้วยกันที่วัด

สวนมะนาว ย า ง รถยนต์ ทำอย่างพอเพียง 1 ไร่ ได้ปีละ 2 แสน

ทองไทยปรับขึ้นไม่หยุด วันนี้ทองรูปพรรณแตะ บ าทละ 25,000 แล้ว

หมวดหมู่

คลังเก็บ

error: Content is protected !!