“ขออโหสิ ก ร ร ม ”…ทำไม เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร เขาเป็นใคร

“ขออโหสิ ก ร ร ม ”…ทำไม เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร เขาเป็นใคร

การขออโหสิกรรมคืออะไร

อโหสิกรรม คือ กรรมเลิกให้ผล ไม่มีผลอีก ได้แก่ กรรมทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล ที่เลิกให้ผล เหมือนพืชที่หมด ย า ง เพาะปลูกไม่ขึ้นอีก

คำว่า อโหสิกรรม มาจากคำ ๒ คำ คือ

– อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว

– กรฺม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำ หมายถึง การกระทำที่มีเจตนา

แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

ในภาษาไทยคำว่า อโหสิกรรม มีความหมายว่า การเลิกแล้วต่อกัน การไม่เอาโทษกัน การเลิกจอง เ ว ร กัน

หากยังเชื่อใน ก ร ร ม และผลของ ก ร ร ม

การอโหสิ ก ร ร ม ย่อมต้องเชื่อ

อโหสิ ก ร ร ม เป็นการขออภัยต่อ ก ร ร ม ชั่ ว ที่เคยทำมา

ทั้งที่ส่งผลอยู่หรือจะส่งผลในอนาคต

ซึ่งจะได้รับการอภัยหรือไม่

อยู่ที่เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร ของเรา

ตัวเราไม่สิทธิบังคับใดๆ ทั้งสิ้น

เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร ของเรา

สำหรับบางคนที่ชีวิตนี้สบายมาก

เงินทองล้นเหลือ

ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด

เลยมองว่า ไม่จำเป็นต้องอโหสิ ก ร ร ม ใดๆ อีก

บางคนหนักไปอีก ยังไปละเมิดคนอื่น ผิดศีลอีก

ไม่สนใจผลใดๆ เพราะ ก ร ร ม ยังมาไม่ถึง

เชื่อว่า ก ร ร ม เป็นเรื่องไม่มีอยู่จริง!

เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร ของเรา

สุดท้ายเมื่อใดก็ตาม ก ร ร ม

ตามมาออกดอกออกผล

กลายเป็นอุปสรรคทั้งใหญ่ ทั้งเล็ก

เข้ามาในชีวิต

ย่อมรู้ซึ้งถึงรสชาติแห่งผล ก ร ร ม

อย่าประมาท อย่าทำชั่ ว เพิ่ม

ทำบุญ ทำ ก ร ร ม ดีใด ใหญ่น้อยแค่ไหน

ก็อุทิศบุญให้เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร เขา

ขอให้เขามารับ ยินดีในบุญที่เราส่งให้

ผล ก ร ร ม

ไม่จำเป็นต้องรอให้ผล ก ร ร ม มาถึง

ตอนนี้ชีวิตดีก็ควรทำ

ยิ่งชีวิตไม่ดีก็ยิ่งควรทำ

อย่าประมาทใน ก ร ร ม

เร่งสร้างบุญ สร้างบารมี

ขออโหสิ ก ร ร ม เจ้า ก ร ร ม นาย เ ว ร สม่ำเสมอ

ก ร ร ม ชั่ ว ใดๆ ที่เคยก่อ

ขอให้บรรเทาเบาบางลงบ้างก็ยังดี

ถ้าขออโหสิกรรม แล้วเค้าไม่อโหสิให้ จะทำอย่างไร ?

ถ้าเราเป็นฝ่ายยกโทษให้หมดอย่างไม่มีเงื่อนไข ให้อภัยจากใจบริสุทธิ์แล้ว หากเขายังมีจิตพ ย า บาท คิดอาฆาตต่อก็จะเหมือนกับเขาจอง เ ว ร กับความว่างเปล่า เพราะขั้วที่จะทำให้วงจรจอง เ ว ร ขาดไป

ยกตัวอย่างจากชาดก

มีชาติหนึ่ง ที่wระโพธิสัตว์ถูกwระเทวทัตในอดีตจับไปขึงพืด พาพรรคพวก ข่ ม ขื น ภรร ย า ต่อหน้า แล้ว ตั ด แขน ตั ด ขาท่านทีละชิ้น ท่านไม่มีใจคิดร้ายตอบเลย แผ่เมตตาให้พวกคนร้ายกระทั่งขาดใจ

จิตมีกำลังเมตตาถึงฌาน ก็ไปเกิดเป็นพรหม

เรียกว่าใช้คู่ เ ว ร เป็นบันไดสวรรค์ของตนได้

แต่ต่อมาwระเทวทัตก็ยังจอง เ ว ร ไม่เลิก แต่แม้เริ่มจอง เ ว ร กัน wระเทวทัตก็เป็นฝ่ายเริ่มฝ่ายเดียวเท่านั้นด้วย

ท่านถึงว่าอยู่ในสังสารวัฏแล้วจะหลีกเลี่ยงสิ่งไม่น่าพึงใจนั้น ไม่มีทางเลย

แชร์เป็นธรรมทานขอบุญ รั ก ษ า

ขอบคุณ เพจ ธ.ธรรมรักษ์

Facebook Comments