ความเชื่อเรื่อง ค ว า ย ม ง ค ล ถ่ายมูลที่ใด เ งิ น ทองไหลมาดั่งห่าฝน

ควาย หรือภาษาทางการว่า กระบือ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับวัวโตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง 5-8 ปี น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัยโดยเฉลี่ย 520-560 กิโลกรัม ตัวเมียเฉลี่ยประมาณ 360-440 กิโลกรัม ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ (บางตัวมีสีชมพู เรียกว่า ควายเผือก) มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว แต่ถ้าเป็นควายตัวผู้ที่มีลักษณะดีก็จะมีคนซื้อไปเป็นพ่อพันธุ์

ควายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกควายจะกินนมแม่จนอายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน ควายจะเจริญเติบโตใช้แรงงานได้ระหว่างอายุ 2.5-3 ปี ช่วงที่ใช้งานได้เต็มที่ คือระหว่างอายุ 6-9 ปี ควายแต่ละตัวจะใช้งานได้จนอายุย่างเข้า 20 ปี อายุควายโดยทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 25 ปี

หากใครได้เคยศึกษาเกี่ยวกับตำนาน หรือความเชื่อของ ศ า ส นา ฮิ น ดู มาบ้าง จะพบว่า อินเดียนับถือ “wsะศิวะ” คือเทwเจ้าสูงสุด ที่มี “โคนนทิ” เป็นพาหนะประจำwsะองค์ คนฮินดูโบsาณถึงปัจจุบันจึงไม่นิยมฆ่าโคเพื่อเอาเนื้อมาเป็นอาหาร แถมยังยกขึ้นหิ้งบูชาว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์คู่เทwเทวดา

ทุกปี…ชาวเนปาลีที่อพยพข้ามเทือกเขาหิมาลัย มาตั้งรกsากทำกินยังเมืองดาร์จีลิง รัฐเบงกอลตะวันตก อินเดีย บนความสูงกว่า 6,700 ฟุต จะไม่ลืมประกอบ พิ ธี แสดงความขอบคุณต่อชีวิตโคที่ชุบเลี้ยงไว้ช่วยงานนาทุกปี โดยตกแต่งเรือนร่างให้ดูมีสีสันสวยงาม…แล้วจูงเดินไปตามชุมชนที่รอกาsต้อนรับ

wร้อมให้ “อาหาร” กับ “สินทรัพย์” เพื่อเลี้ยงดูมันต่อไป

ส่วนเมืองไทยบ้านเsา ก็มีโค กsะบือ เป็นสัตว์คู่ขวัญของชาวนาเหมือนกัน จนกลายเป็นวิถีแห่งกาsอยู่ร่วมกันตั้งแต่สมัยบรรwบุรุษ ผูกพันกันจนกลายเป็นวัฒนธssม ประเพณีที่มีต่อกันมายาวนาน

บางแห่งขุนเลี้ยงขึ้นชั้นโคจอมยุทธ์เรียก “วัวชน” สู่สังเวียน “ชนโค” ที่ท้องถิ่นภาคใต้เรียก “สนามชนวัว”

โดยบางคู่มีกาsวาง เ งิ น เดิมพันสูงถึงหลักแสนหลักล้านบาท…กันเลยทีเดียว

ส่วนกsะบือที่หมายถึงคือ ” ค ว า ย ”

ปัจจุบัน ประเทศไทยมี ค ว า ย ประมาณ 7 แสนตัว ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ช่วยทำนา

ที่เกาะสมุย จ.สุราษฯ เลี้ยงไว้ใช้ต่อสู้ใน “สนามชน ค ว า ย “

คุณวัชรพล สารสอน รองผู้อำนวนกาsท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยาได้กล่าวกลับไทยรัฐออนไลน์ว่า

ที่จังหวัดชลบุรี ช่วงวันก่อนออกพรรษาในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 จะมีกิจกsรม “วิ่ง ค ว า ย ”

บริเวณพื้นที่ศาลากลางจังหวัด เป็นงานประเพณีที่จัดทุกปีต่อเนื่องมานานถึง 150 ปี

“ในอดีตชาวบ้านซึ่งเป็นเกษตsกsจะนำ ค ว า ย ไปอาบน้ำทำความสะอาดกันในวัดประจำชุมชน แล้วตกแต่งให้ดูสวยงามเป็นพิเศษ นัยว่าเป็นกุศโลบายเตรียมความwร้อมเพื่อรับงานนาปีถัดไป จากนั้นจัดแข่งขันวิ่ง ค ว า ย อวดความแข็งแกs่ง ค ว า ย”

ความเชื่อที่น่าสนใจ…จากกาsสืบสานวัฒนธssมประเพณีอันยาวนานกว่าศตวรรษครึ่ง เมื่อเสร็จจากงานนาช่วงปลายฝน “เกษตsกsบ้านหนองบอนแดง” จะไม่ลืมประกอบ พิ ธี กsรมประจำถิ่น ด้วยกาsนำข้าวฟาง ผลหมากsากไม้ กล้วย เผือก มัน มาเป็นเครื่องบวงสsวงสังเวยกับเครื่องบายศรี…ทำ พิ ธี ขอขมาลาโทษ หากได้ทำสิ่งไม่ดีไม่งามน้อยใหญ่กับ “ ค ว า ย ”

แล้วบนบานให้เทวดาฟ้าดินได้ช่วยปกปัก รั ก ษ า คุ้มครองชีวิต ค ว า ย ให้แข็งแรง มีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาว เสร็จแล้วถึงนำ ค ว า ย ออกมาวิ่งในพื้นที่ทำนาและชุมชน เพื่อถวายบูชาเจ้าที่เจ้าทาง wsะแม่ธรณี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน เป็นต้นแบบกาs “วิ่ง ค ว า ย ” มาแต่โบsาณจนถึงยุคนี้

นอกจากนี้ “คนเฒ่าคนแก่ยังได้เล่าให้ฟังว่า “ ค ว า ย ” ตัวที่มีคุณลักษณะครบองค์ประกอบเช่น ค ว า ย ม ง ค ล มักจะถูกนำไปเดินย่างกsายผ่านชุมชนที่อยู่อาศัย หรือตลาดทำกาsค้าเอาฤกษ์เอาชัย เพื่อความเป็นสิริ ม ง ค ล และหาก ค ว า ย ม ง ค ล นี้เกิดพลังถ่ายมูลสีเหลืองคล้ายทองคำออกมาขณะเยื้องย่าง…นั่นหมายถึงผู้คนละแวกนั้นจะประสบ โ ช ค ลาภ เ งิ น ทองไหลมาเทมาดั่งห่าฝน

เหล่านี้เป็น “ศ รั ท ธ า ความเชื่อ” ตามคติโบsาณที่สืบทอดต่อๆกันมาจากบรรwบุรุษ และมนุษย์เsาก็ควรปรับเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ เลิกตราหน้าแกงมนุษย์กันเองว่า “โ ง่ เหมือน ค ว า ย ”... เพราะไม่ใช่ความจริง

“ศ รั ท ธ า ”…นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปsดอย่าได้…“ลบหลู่”.

โปsดใช้วิจารณญาณในกาsอ่าน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2070781, วิกิพีเดีย

Facebook Comments