คำพูดจาก “พ่อ” ผู้ไม่มีการศึกษา พอพูดจบ ทุกคนต่างปรบมือให้

เราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเป็นคนดีและมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น เมื่อโตขึ้นไม่เบียดเบียนสังคมและ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และสามารถจัดการกับชีวิตตัวเองได้อย่างมีความสุข แต่เรื่องแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนต้องปลูกฝังลูกตั้งแต่ยังเด็กๆค่ะ เพราะสมองของเด็กเล็กๆจะซึมซับเรื่องพวกนี้ได้ดีนั้นเองค่ะ

ใน ง า น ประชุมพ่อแม่โรงเรียนแห่งหนึ่ง พ่อแม่ต่างพากันทยอยเข้าประชุม แต่ละคนต่างแต่งตัวดูดี และดูเป็นทางการ ซึ่งพ่อแม่แต่ละคนก็พากันทยอยลงชื่อและเดินไปนั่งตามที่ที่ถูกจัดเอาไว้ให้เรียบร้อย

เมื่อถึงกำหนดการ ครูใหญ่ก็ได้เริ่มเปิดประชุมพ่อแม่ และในขณะนั้นเองก็ได้มีคุณพ่อผู้ย ากจน คนหนึ่งรีบเร่งเข้ามาในที่ประชุม เขาไม่ได้แต่งตัวดูดีเหมือนพ่อแม่คนอื่นๆ แต่เขาใส่ชุดธรรมดาที่ดูจะเลอะไปด้วยฝุ่น และเศษปูน รวมถึงคราบดิน เหมือนกับว่าเพิ่งออกมาจากไซด์ ง า น ก่อสร้าง

เมื่อครูประจำชั้นเห็นก็รีบเข้าไปทักทาย และถามว่า “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นผู้ปกครองของใครคะ?”

คุณพ่อผู้ย ากจน คนนั้นจึงหันกลับไปตอบด้วยความเคอะเขิน ว่า ผมเป็นพ่อของดช.หวังจื่อเฮาครับ”

ครูประจำชั้นจึงพาเดินไปที่ลงทะเบียน และให้คุณพ่อผู้ย ากจน เซ็นต์ชื่อเพื่อไปนั่งตามหมายเลขที่จัดไว้ให้

แต่คุณพ่อผู้ย ากจน คนนั้นก็พูดกลับไปว่า “ขอโทษนะครับครูประจำชั้น แต่ผมอ่านหนังสือไม่ออกครับ”

ครูประจำชั้นจึงยิ้มให้ด้วยความจริงใจ และพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะลงชื่อให้ และจะพาไปนั่งที่เองค่ะ”

เมื่อครูประจำชั้นลงชื่อแทนให้เรียบร้อยแล้ว ก็พาคุณพ่อผู้ย ากจน คนนั้นเดินไปที่นั่งของตัวเอง แต่กลับถูกสายตาพ่อแม่หลายคนในห้องนั้นมองด้วยความ รั ง เ กี ย จ ที่แต่งตัวไม่สะอาดสะอ้าน ตัวเหม็นอับกลิ่นเหงื่อไคล และรอบๆ ตัวก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพ่อแม่คนอื่นๆ

จากนั้นครูใหญ่ก็ได้เชิญพ่อแม่ 2-3 คน ขึ้นมาเล่าประสบการณ์ในการเลี้ยงดูและสอนลูกๆของตนเอง แต่ทุกคนก็มักจะพูดในทำนองเดียวกัน คือการสร้างกรอบให้ลูกทำตามสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดีกับตัวลูก อย่างเช่น การจัดตารางให้ลูกท่องคำศัพท์วันละ 2 ชั่วโมง การให้ลูกเรียนพิเศษทุกวันหลังเลิกเรียน และเสาร์-อาทิตย์ และหากลูกไม่ทำตามก็จะหักค่าขนมของลูก

และครูใหญ่ก็ได้ประกาศผลการเรียนของเทอมที่ผ่านมาให้กับพ่อแม่ทุกคนได้ทราบ จากนั้นก็ได้เชิญพ่อแม่ของนักเรียนที่ได้คะแนนสูงที่สุดในชั้นเรียน มากล่าวคำแนะนำในการสอนลูกให้เรียนเก่ง ให้คนอื่นๆได้ฟัง ครูใหญ่ได้เชิญ “ดช.หวังจื่อเฮา” ขึ้นมาบนเวที และทุกคนก็ต่างแสดงความยินดีให้กับเขาที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดของชั้นเรียน

พ่อของดช.หวังจื่อเฮา ก็คือ คุณพ่อผู้ย ากจน ที่แต่งตัวมอมแมม และคนอื่นพากันหัวเราะในตอนแรก เมื่อคนอื่นๆเห็นคุณพ่อผู้ย ากจน คนนี้ถูกเชิญให้ขึ้นไปก็ต่างตกใจ เwราะเขาเป็นคนไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ลูกชายคนเดียวของเขากลับทำคะแนนได้สูงที่สุดในชั้นเรียน

คุณพ่อผู้ย ากจน คนนั้นจึงได้กล่าวคำแนะนำไปว่า “ผมไม่ใช่คนที่มีความรู้อะไร จึงไม่รู้ว่าจะต้องแนะนำอะไรบ้าง แต่เวลาที่ลูกทำการบ้าน ผมมักจะนั่งอยู่ข้างๆและดูเขาทำ”

“ผมมีอาชีwเป็นคน ง า น ก่อสร้าง รับจ้างเป็นวันๆ ซึ่งผมก็จะยุ่งมากในแต่ละวัน แต่เมื่อเลิก ง า น ผมจะใช้เวลาอยู่กับลูก นั่งคุยกับลูก เมื่อเขาทำการบ้านเสร็จ ผมก็จะชวนกินข้าว และหาอะไรให้เขาทานจนอิ่ม”

“ลูกชายเคยถามผมว่า… พ่ออ่านหนังสือไม่ออก แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมทำการบ้านถูกหรือผิด ผมจึงบอกลูกไปว่า พ่อไม่รู้หรอก แต่พ่อจะสังเกตดูว่า ถ้าวันไหนลูกทำเสร็จเร็ว แปลว่าการบ้านง่าย แต่ถ้าวันไหนเสร็จช้า แปลว่าการบ้านวันนั้น ย า ก แล้วผมก็จะหาของที่เขาชอบกินกับน้ำเย็นๆมาให้เขาดื่ม เพื่อให้เขามีพลังในการทำการบ้านให้เสร็จ”

“ผมมักจะบอกลูกอยู่เสมอว่า ถ้าลูกอ ย า กจะมีชีวิตที่ดี อ ย า กจะมีบ้านสวยๆ มีรถขับ ลูกก็ต้องตั้งใจเรียน เwราะพ่อไม่มีความรู้มากมายที่จะไปหา ง า น ดีๆ เ งิ น เดือนสูงๆได้แล้ว พ่อมีแต่โอกาสให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน เพื่อที่จะใช้เป็นใบเบิกทางให้ลูกได้มี ง า น ที่ดีในอนาคต และผมก็คงต้องขอบคุณครูประจำชั้นทุกท่านที่คอยสั่งสอนให้ความรู้กับลูกของผม จนทำให้เขามีวันนี้ได้ครับ”

เมื่อเขาพูดจบก็ก้มหัวคำนับครูประจำชั้นทุกคน และพ่อแม่ในห้องประชุมต่างพากันปรบมือให้กับคุณพ่อผู้ย ากจน คนนี้จนเสียงดังลั่นห้อง

เห็นได้ว่า ทุกวันนี้ พ่อแม่จะให้ลูกฉลาดอย่างเดียว คงไม่พอ แต่ต้องมีความฉลาดทางอารมณ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตด้วย เพื่อที่เด็กจะได้มีพื้นฐานในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเข้าใจตัวเอง และคนอื่นได้เป็นอย่างดี

12 วิธี เลี้ยงลูกให้ฉลาด และอารมณ์ดี-อีคิวสูง

1 ให้ความรัก

2 ครอบครัวมีสุข

3 รู้-เข้าใจพัฒนาการของลูก

4 พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูกให้มากที่สุด

5 ส่งเสริมให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

6 ให้อิสระ-โอกาสในการตัดสินใจ

7 สอนลูกให้รักตัวเอง-รักคนอื่น

8 ให้ลูกรู้จักคิดเป็นเหตุ-เป็นผล

9 สอนลูกรู้จักหาความสุขให้ตัวเอง

10 เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก

11 กฎเกณฑ์ ระเบียบวินัยในบ้านต้องพอดีไป หรือน้อยเกินไป

12 ระบบการศึกษาก็มีส่วนเอี่ยวกับอีคิว

ขอขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : auinews

Facebook Comments