ชาวสวนอินเดีย ด ว ง เฮง กลายเป็นเศรษฐีเพราะปลูกมะม่วง พั น ธุ์ แปลก

ช่วงนี้กระแสกล้วยป่ากำลังมาแรง จากต้นละไม่กี่ร้อย กลายเป็นsาคาหลายแสน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เราหยุดคิดนิดนึงว่า อะไรในโลกนี้ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นกับเราได้ เพราะบางครั้งโชคชะตาก็มักจะเล่นตลก แต่บางครั้ง เรื่องตลกนั้นก็กลายเป็นเรื่องที่ดี บางคนรวยล้นฟ้า อำนาจเงินมีอยู่ในมือแต่วันหนึ่งเขากลับล้มละลาย บางคนยากจนมากจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นขอทาน แต่วันหนึ่งโชคชะตาก็เข้าข้างเขา กลายเป็นมหาเศรษฐีไปชั่วข้ามคืนซะงั้น

วันนี้เราก็มีเรื่องบังเอิญเรื่องหนึ่ง ที่อาจจะไม่บังเอิญก็ได้ ที่อยู่ๆ ชาวสวนคนหนึ่ง ก็กลายเป็นมหาเศรษฐีไปซะอย่างนั้น

website ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวของชาวสวนผู้โชคดีท่านหนึ่ง จากประเทศอินเดีย ที่อยู่ๆ เขาก็ร่ำรวยขึ้นมาจากการปลูกมะม่วงที่sาคาแพงที่สุดในโลก โดยที่ตอนแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมล็ดมะม่วงที่เขาได้มานั้นมันคือ พั น ธุ์ อะไร

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ชาวสวนจากอินเดียนามว่าซานกาลาฟ(Sankalp Singh Parihar) ได้นั่งรถไฟเดินทางไปที่เมืองเจนไน แล้วอยู่ดีๆ ก็มีผู้โดยสารคนหนึ่งเข้ามาถามเขาว่า อยากได้เมล็ด พั น ธุ์ ของมะม่วงที่หายากที่สุดในโลกไหม

เขาอยากรู้ว่ามันจะหายากและแพงที่สุดในโลกได้อย่างไร ก็เลยตัดสินใจซื้เมล็ดมะม่วงนั้นมาในsาคา 2,500 รูปี หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1,060 บาทเลยทีเดียว พอกลับไปถึงบ้านเขาก็เอามาปลูกด้วยวิธีการเดียวกันกับต้นไม้ทั่วๆ ไป และเขาก็ตั้งชื่อให้มันตามชื่อแม่ของตัวเองว่า “ดามินี”

เวลาผ่านไปไม่กี่เดือน มะม่วงก็เติบโตและผลิดอกออกผลเช่นเดียวเหมือนกับต้นมะม่วงทั่วๆ ไป แต่แปลกตรงที่ลูกมะม่วงมันมีสีแดงสวยงาม เขาจึงเริ่มรู้ตัวว่า มะม่วงต้นนี้มันดูแปลกกว่าต้นทั่วๆ ไป ที่เขาเคยปลูกมาก่อนหน้านั้น

ซึ่งมะม่วงของเขา คือมะม่วงสาย พั น ธุ์ มิยาซากิ (Miyazaki) ที่เมล็ดหายากมากๆ จะทำการซื้อขายผ่านการประมูลแบบพิเศษเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งsาคามีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน และจะปลูกในหมู่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น

มะม่วงสาย พั น ธุ์ มิยาซากิ (Miyazaki) นี้ เป็นมะม่วงสาย พั น ธุ์ หนึ่งที่ปลูกได้ยากมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการปลูกและดูแลอย่างรอบคอบ แต่เมื่อมาปลูกในพื้นที่ของอินเดีย มันกลับสามารถเติบโตได้อย่างไร้ปัญหาใดๆ

เรื่องราวของเขา กลายเป็นที่สนใจจากคนทั้งในและนอกประเทศ จนมีคนติดต่อขอซื้อมะม่วงจากเขามากมาย โดยจองซื้อตั้งแต่ยังอยู่บนต้น ในsาคาลูกละ 21,000 รูปี (ประมาณ 9,000 บาท) กันเลยทีเดียว

จากชาวสวนธรรมดา เขากลายเป็นเศรษฐีในเวลาไม่นาน แต่ทว่าความร่ำรวยนี้ก็ทำให้มีหลายคนต้องการลูกมะม่วงจากสวนของเขา โดยปีที่แล้วมีคนแอบเข้ามาขโมยไปกว่า 14 ลูก ทำให้เขาต้องแบ่งเงินไปจ้างหน่วยงาน รั ก ษ า ความ ป ล อ ด ภั ย ให้เข้ามาดูแลสวน

เขาจ่ายเงินจ้างพนักงาน รั ก ษ า ความ ป ล อ ดภั ย เดือนละ 8,000 รูปี (ประมาณ 3,400 บาท) เขากล่าวว่า เขายอมเสียเงินค่าจ้างหน่วยงาน รั ก ษ า ความ ป ล อ ด ภั ย ดีกว่าเสียลูกมะม่วง ที่มีคุณค่ากับเขามากกว่าเงินทองเสียอีก

ความรู้เพิ่มเติม

หากเอ่ยถึงผลไม้ที่มีsาคาแพงในยุคนี้หลายคนอาจจะจินตนาการไปถึงไม้ผลหลายๆชนิด ทว่า หนึ่งนั้นต้องมีมะม่วงผลสีแดงของญี่ปุ่นที่ชื่อ ไทโยโนะทามาโงะ (太陽のタマゴ) แห่งจังหวัดมิยาซากิ ความหมายว่า ไข่ของพระอาทิตย์ มีความหวานวัดได้มากกว่า 18 องศาบริกซ์ เนื้อที่ไร้เสี้ยน รสหวานฉ่ำติดลิ้น สีสันภายนอกอันสวยงาม มันจึงเป็นของฝากอันล้ำค่าซึ่งบริษัทใหญ่ๆในญี่ปุ่น นิยมหาซื้อเพื่อให้สำหรับแทนคำขอบคุณ ถือเป็นผลไม้ชั้นสูงที่มักปรากฏในร้านค้า หรือภัตตsาคารอาหารที่มีsาคาแพงและมีชื่อเสียงของประเทศ

คนญี่ปุ่นถือว่ามะม่วงที่เติบโตมาจากการอาบแสงอาทิตย์เป็นผลไม้อันเป็นตัวแทนในหน้าร้อนของโอกินาว่า ถ้าได้ทานแบบสดๆ ก็จะทำให้ได้รสชาติแห่งความสุขอย่างแน่นอน จึงไม่น่าแปลกใจที่มะม่วงญี่ปุ่นของจังหวัดมิยาซากิ มะม่วง “ไทโย โน ทามาโกะ” ถึงมีsาคาสูงมากเมื่อเทียบกับมะม่วงนำเข้า หรือมะม่วงที่ผลิตภายในประเทศในจังหวัดอื่น ด้วยกระบวนการ ขั้นตอนและเทคนิคอันประณีต รวมไปถึงการทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้มะม่วงที่มีสีสันสวย คุณภาพดีเยี่ยม และ รั ก ษ า ระดับความหวานของมะม่วงให้คุณภาพอยู่ในระดับเดิมทุกปี

จำเป็นต้องใช้เวลา ความพยายามรวมถึงต้นทุนสูงอย่างมาก และมันก็คุ้มค่าในผลตอบแทนสำหรับการผลิตมะม่วงในโรงเรือนที่มีจำนวนต้นน้อย แต่ทำอย่างไรถึงจะขายผลผลิตให้มีsาคาสูง หรือบ้านเราอาจจะพูดว่า “ทำน้อยได้มาก” เพราะปัจจุบัน มะม่วง “ไทโย โน ทามาโกะ” มีsาคาสูงมาก ต้องสั่งจองล่วงหน้า หรืออาจจะนานนับครึ่งปีในการสั่งจองเอาไว้ แล้วสำหรับเกรดพรีเมี่ยม สามารถจำหน่ายในsาคาที่สูงเฉียดแสนเยน หรือราวสามหมื่นบาทต่อกล่องเลยทีเดียว

ที่มา : ladbible, อินเดียทูเดย์, technologychaoban

Facebook Comments