ช่างใหญ่งีบหลับในเวลางาน โดนลูกน้องเอาไปฟ้องนาย เลยถูกไล่ออก ผ่านไป 1 เดือนเถ้าแก่ร้องไห้ขอให้กลับไปทำงาน

พูดถึงโรง ง า น ทุกคนอาจคิดถึง กลุ่มคนหนุ่มสาวที่การศึกษาไม่สูงนัก การทำ ง า น โรง ง า น จึงเป็นทางเลือกแรก ๆ และเชื่อว่าในโรง ง า น จะต้องมีคนที่มีประสบการณ์สูง ๆ พวกเขาได้ชื่อว่าเป็นนายช่าง มีทักษะที่สามารถถ่ายทอดให้พนัก ง า น ใหม่ ๆ ทำให้มีตำแหน่งค่อนข้างสูงในโรง ง า น

ยิ่งทักษะความสามารถสูงยิ่งทำ ง า น มานาน เ งิ น ยิ่งเยอะ ในโรง ง า น ก็เช่นเดียวกัน มีช่างซ่อมบำรุงที่ดี เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุของเครื่องจักรในโรง ง า น จนมีคนพูดไว้ว่า นายช่างยิ่งว่างเท่าไหร่ เถ้าแก่ยิ่งสร้าง เ งิ น ได้มากเท่านั้น

สำหรับผู้มีประสบการณ์แล้ว 3-4 ปี เรื่องหน้างานพอจะมีพื้นฐานมาบ้าง แต่ก็ควรจะสื่อสาร หรืออธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้บ้าง รวมถึงงานหลักๆของการซ่อมบำรุง เช่น งาน PM เครื่องจักร หรือการอ่านแบบวงจรไฟฟ้า เครื่องกล และคุณรู้รายละเอียดของงานที่เคยทำมากแค่ไหน พยายามอธิบายให้ลึกๆนะครับ จะบ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง ทั้งความใส่ใจในงาน การวิเคราะห์งาน และการแก้ไขปัญหาได้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ได้เงินเพิ่มขึ้นมาก ยิ่งอยู่นานแล้วทำงานเก่ง ยิ่งได้เงินเยอะ

แม้ว่านายช่างจะรายได้ดี แต่เwราะทักษะจึงต้องลงมือทำจริง ถ้าอยากได้ความรู้แต่ไม่มีนายช่างสอนก็ลำบากล่ะ ถ้าเจอลูกน้องหัดใจคด ก็ยิ่งน่าปวดหัว มาดูเรื่องราววันนี้กันเลย

ช่างใหญ่เคยเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ทำอะไรไม่เป็น เพื่อจะหา เ งิ น เลี้ยงดูพ่อแม่เขาจึงเข้ามาทำ ง า น ในเมือง โชคดีที่พอเข้ามาทำ ง า น ในโรง ง า น

ด้วยนิสัยซื่อสัตย์ ทำ ง า น จริง มีความสามารถ ไปเข้าตานายช่างซ่อมบำรุงในโรง ง า น คนหนึ่งเข้า จึงกลายเป็นลูกน้องของนายช่างคนนั้นไป ทำอยู่หลายปีเข้าตัวเองก็เชี่ยวชาญขึ้นมา

ต่อมานายช่างที่เป็นอาจารย์จำเป็นต้องไปทำ ง า น ต่างเมือง แต่ช่างใหญ่ก็ยังรู้สึกขอบคุณอาจารย์ และยังติดต่อกันมาโดยตลอด เมื่อได้รับwระคุณจากอาจารย์ ช่างใหญ่ก็อยากฝึกลูกน้องให้เก่ง ๆ ออกมาบ้าง

ผ่านไปสิบกว่าปี ช่างใหญ่กลายเป็นช่างซ่อมมือหนึ่งของโรง ง า น เนื่องจากโรง ง า น ขยาย มีพนัก ง า น ใหม่เข้ามามาก

ไม่กี่วันก่อนเถ้าแก่ก็เลยจัดลูกน้องมาให้ช่างใหญ่คนหนึ่ง อยากให้ช่างใหญ่ช่วยรีบ ๆ สอนให้เขามาช่วยแบ่งเบาภาระ ช่างใหญ่ก็ยินดี ด้วยเคยได้รับคำสอนจากอาจารย์ ช่างใหญ่ก็ปฏิบัติกับลูกน้องเหมือนเป็นน้องชายแท้ๆ อะไรที่รู้ก็สอนให้หมด

ผ่านไปสองเดือนกว่า ช่างใหญ่ก็wบว่าลูกน้องเรียนรู้จนเกือบหมดทุกอย่างแล้ว แต่ก็เป็นแค่การเรียนรู้ผิวเผิน หลาย ๆ อย่าง ยังต้องเจอ ง า น จริง ใครจะไปคิดว่าลูกน้องเมื่อคิดว่าตัวเองรู้หมดทุกอย่างแล้ว ก็ทำตัวเย็นชากับช่างใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังเข้าหาออฟฟิศ

ตอนแรก ๆ ช่างใหญ่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนผ่านไปหลายวันตัวเองโดนไล่ออกถึงได้รู้สาเหตุ

เมื่อ 2-3 วันก่อนอยู่ ๆ เครื่องจักรในโรง ง า น ก็เสียใหญ่ เพื่อเป็นการ ป้ อ ง กั น ว่าเครื่องจักรจะทำ ง า น ไม่มีปัญหา พวกช่างใหญ่จึงอยู่ทำโอที ตี 3 กว่าลูกน้องก็บอกว่าตัวเองง่วงแล้ว ช่างใหญ่เลยบอกให้เขาไปพัก ตัวช่างใหญ่เองก็ดูแลเครื่องจักรไป เนื่องจากปกติก็ทำ ง า น ข้ามคืน

เwราะงั้นตอนกลางวันจึงแอบงีบในเวลา ง า น นึกไม่ถึงว่าจะโดนลูกน้องเอาความลับไปบอกเถ้าแก่ ช่างใหญ่จึงโดนไล่ออก เwราะนอนหลับในเวลา ง า น !

ตอนจะออกจากโรง ง า น ช่างใหญ่ยังทักทายลูกน้อง แต่กลับwบว่าทัศนคติที่ลูกน้องมีต่อเขาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำเพียงแค่เรียกชื่อเขาอย่างเย็นชา จนถึงตอนนั้น ช่างใหญ่ถึงเพิ่งเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังช่างใหญ่โดนไล่ออก ด้วยประสบการณ์หลายต่อหลายปี ทำให้มีโรง ง า น อีกแห่งมาเชิญให้ไปทำด้วยทันที แถม เ งิ น เดือนยังสูงกว่าเดิมถึง 2 เท่า

แต่ที่ช่างใหญ่นึกไม่ถึงก็คือ หนึ่งเดือนผ่านไปเถ้าแก่โรง ง า น เก่าก็ร้องไห้มาขอร้องให้เขากลับไปทำ ง า น ด้วย เขาถึงได้รู้ว่าหลังจากตัวเองออกมา เครื่องจักรพวกนั้นก็มีปัญหาทุก 3 วัน 5 วัน 2-3 วันก่อนก็มีปัญหาใหญ่ ลูกน้องนั่นไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ตอนนั้นเถ้าแก่ถึงได้เข้าใจว่านายช่างเก่ามีความสำคัญแค่ไหน น่าเสียดายที่ช่างใหญ่ได้ตอบปฏิเสธ แล้วก็วางโทรศัwท์ไป

มีคนบอกว่าฝึกลูกน้อง ก็เหมือนลับมีดมาเลื่อยเก้าอี้ตัวเอง แม้ว่าหลาย ๆ ครั้งที่คนส่วนใหญ่จะรู้บุญคุณ แค่ก็กลัวต้องเจอคนใจคดแบบนี้ นี่คงเป็นสาเหตุที่นายช่างหลาย ๆ คนไม่กล้าถ่ายทอดความรู้ให้ลูกน้องจนหมด

ใคร ๆ ก็สามารถเป็น “คนเก่ง” ได้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็เห็นคนเก่งเดินสวนทางกันเต็มไปหมด จึงไม่แปลกที่ในแต่ละองค์กรมีคนเก่งจำนวนมาก แต่เก่งอย่างเดียวพอนั้นไม่พอ ต้องเป็นคนที่หูตากว้างไกล มีทักษะ มีไหวพริบ และเป็นคนดีด้วย

ความเก่งที่มีคุณภาพต้องมาคู่กับการสื่อสารที่ทรงพลัง เพราะไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ฉลาดเพียงใด แต่ต้องไม่ลืมว่าองค์กรไม่ได้พึ่งพาความเก่งกาจของคุณคนเดียว คุณจึงต้องย่อยเรื่องยาก ๆ ที่คุณทำให้คนทุกระดับ ทุกฝ่ายเข้าใจได้ด้วย

ถ้าคุณเก่งอยู่โดด ๆ เอาตัวรอดอยู่เดี่ยว ๆ แม้มันจะดีกับคุณ แต่มันไม่อาจทำให้องค์กรขยับไปไหนได้เลย ดังนั้นถ้าคุณอยากเก่งอย่างมีคุณภาพในสมรภูมิการทำงานคุณต้องใช้ความเก่งที่มีในมือในการทำงานเป็นทีมให้เป็น

ขอบคุณที่มา Liekr

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments