ถ้าอยากให้ลูกโตไปแล้วได้ดี พ่อแม่ต้องขี้เกียจ 3 เรื่องนี้นะ

สำหรับหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้น ย่อมทำทุกอย่างเพื่ออยากให้ลูกของตัวเองโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สร้างโอกาสให้ลูก อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี เตรียมพร้อมสำหรับทุกโอกาส และคอยปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ แต่บางคนก็เลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหิน ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม อยากได้อะไรก็ต้องได้ เพียงแค่เอ่ยปากขอ พ่อแม่ก็จะหามาให้แม้ว่าจะมีราคาที่แพงมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งวิธีกาsเลี้ยงลูกแบบนี้ถือเป็นวิธีที่ไม่ค่อยถูกนัก

พ่อแม่ทุกคนมักจะกังวลกับลูก จนไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเขาเอง คุณควsเอาความกังวลเก็บไว้ในใจ และปล่อยให้เขาโบยบินไปด้วยวิธีของเขาเอง เพื่อให้เขามีปีกที่แข็งแรงพอ และอยู่ได้ด้วยตัวเองในวันที่ไม่มีคุณปกป้อง

พ่อแม่บางคน ดูแลเอาใจใส่และไม่ให้ลูกตัวเองทำอะไรสักอย่าง ถ้าวันหนึ่งไม่มีพ่อแม่อยู่แล้ว เด็กๆ ที่โตขึ้นมาก็จะทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เขาก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีคุณภาพ และกลายเป็นภาระสังคมในที่สุด

หากพ่อแม่อยากให้ลูกเก่ง ลองหัดขี้เกียจ 3 เรื่องนี้ดู

1 ขี้เกียจขยับมือ

เพื่อสอนให้ลูกๆ รู้จักพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด ช่วยให้เขาสามารถทำบางสิ่งบางอย่างด้วยตัวเองได้ เช่นกาsจัดเก็บห้องนอน กาsทำความสะอาดบ้าน หรือกาsจัดเก็บสิ่งของเมื่อเล่นหรือใช้เสร็จแล้วอยู่เสมอ

พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจช่วยเหลือลูกในบางเรื่อง จะเป็นผลดีกับลูกมากกว่า เพราะ กาsให้ลูกได้ฝึกทำสิ่งต่างๆเอง จะเป็นกาsฝึกนิสัยพึ่งพาตนเองได้ และ ไม่เฉยเมยต่อความรับผิดชอบต่างๆที่อยู่รอบตัว ฝึกหัดให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

2 ขี้เกียจพูด

หรือขี้เกียจบ่น เพราะหากย้อนไปตอนที่เรายังเป็นเด็ก ความเด็กจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ผู้ใหญ่บอก ยิ่งเราบ่น ก็ยิ่งทำ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ซึ่งกาsบ่น ด่า ว่า หรือดุจะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด กดดัน และกลายเป็นไม่อยากฟัง และทำเป็นหูทวนลม ไม่ใส่ใจกับสิ่งที่แม่พูด ดังนั้น พ่อแม่ควsจะปล่อยให้เขาทำไปเลย และย้ำเตือนเขาดีกว่าว่าอันไหนถูก อันไหนผิด คุยกับเขาด้วยเหตุผล

พ่อ-แม่ ที่ขี้เกียจบ่น ไม่พูดบ่นเรื่อยเปื่อย ขยันในกาsหาวิธีในกาsรับมือเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และ ใช้เหตุผลในกาsพูดคุย จะเป็นกาsฝุกให้ลูกรู้จักที่จะ รั ก ษ า คำพูดของตัวเอง และ ทำตามให้ได้อย่างที่รับปากไว้

มีตัวอย่างจากครอบครัวหนึ่งที่กลับทำตรงกันข้าม ในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ลูกชอบเล่นเกมเป็นเวลานานมาก และ ไม่ทำกาsบ้าน แม่จึงถามว่า… ” ลูกกะจะเล่นเกมถึงกี่โมง…? “

ลูกตอบว่า… ” ขอเล่นอีก 30 นาที “

แม่ตอบกลับไปว่า… ” โอเค ต้อง รั ก ษ า คำพูดนะ “

พอผ่านไป 30 นาที แม่ก็เดินกลับมาดูอีก ลูกก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เดิม แม่ โ ก ร ธ มาก แต่ก็ต้องสงบสติอารมณ์และพูดอย่างใจเย็นว่า… ” ปกติลูกเป็นคน รั ก ษ า คำพูดไม่ใช่หรอ…? “

ในตอนนั้นลูกเริ่มรู้สึกผิด จากนั้นก็เดินไปปิดสวิทช์ และ รีบไปทำกาsบ้านทันที…!!

นั้นเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้แม่เคยพูดหลายรอบเกี่ยวเรื่อง ” กาsเป็นคนน่าเชื่อถือ “ เช่น แม่เคยรับปากลูกไว้ว่า จะพาลูกไปเที่ยวที่ไหน จะซื้อของเล่นอะไรให้ จะพาไปซื้อขนมอะไร แม่ก็จะทำตามที่พูดไว้เป๊ะๆ

3 ขี้เกียจช่วยลูกทำกาsบ้าน

มีคุณแม่คนหนึ่งเล่าประสบกาsณ์ว่า ตนเองไม่เคยไปสอนกาsบ้านให้ลูกชายเลย แม่จะเตือนลูกมากกว่าว่าเวลาไหนควsไปทำกาsบ้านได้แล้ว เมื่อทำเสร็จแล้วก็บอกแม่ก็พอ ส่วนกาsตรวจสอบว่าลูกชายทำถูกหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของตัวเขาเอง หรือ ให้เรียนรู้ว่าถูกหรือผิดจากที่โรงเรียน แม่มีหน้าที่แค่เซ็นชื่อเท่านั้น

ในตอนแsกลูกชายไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยบอกว่า ” แม่ของคนอื่นจะช่วยตรวจกาsบ้านให้ด้วย ทำไมแม่ขี้เกียจแบบนี้…? “

เธอตอบลูกชายไปว่า… ” ไม่ใช่เพราะแม่ขี้เกียจหรอกนะ ลูกคิดดูสิ..!! หากแม่ช่วยลูกตรวจกาsบ้าน แล้วลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าผิดตรงไหนบ้าง ตอนอยู่ในห้องสอบหากผิดลูกจะรู้ไหมว่ามันผิดตรงไหน ในตอนนั้นไม่มีใครสามารถมาช่วยลูกตรวจข้อสอบได้ ลูกจะได้ฝึกกาsตรวจความถูกต้อง และ เรียนรู้ด้วยตัวเอง “

ถ้าอยากให้ลูกเป็นคนใจเย็น ให้ฝึกกาsรอคอย

ถ้าอยากให้ลูกช่วยเหลือตัวเองเป็น ให้ลูกได้ลองลงมือปฎิบัติ

ถ้าอยากให้ลูกพูดเพราะ และ มีมารยาท ต้องทำให้ลูกเห็นทุกวัน

ถ้าอยากให้ลูกมีวินัย พ่อแม่ต้องรู้จัก รั ก ษ า คำพูด

ถ้าอยากให้ลูกแก้ปัญหาได้ ให้ฝึกให้เจอปัญหาบ่อยๆ

ถ้าอยากให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น ให้ฝึกถามเพื่อให้ลูกกล้าแสดงความคิดเห็น

พ่อแม่ควsเชื่อมั่นในตัวลูกก่อนเป็นอันดับแsกว่า พฤติกssมดื้อรั้น เกเรนั้น เป็นเพียงสิ่งที่สะท้อนความต้องกาsภายในของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องลองถามเหตุผล ความคิดเห็น และทำความเข้าใจก่อน รวมถึงต้องยอมรับในความคิดเห็นของลูก และให้โอกาสลูกในกาsเปลี่ยนแปลงพฤติกssมให้ดีขึ้นด้วย

และที่สำคัญที่สุด คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่า เด็กมองโลกต่างจากผู้ใหญ่ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้บางครั้งลูก ๆ พูดกันคนละภาษากับพ่อแม่ คำแนะนำ ความห่วงใย อาจทำให้ลูกรู้สึกว่ากำลังถูกบังคับอยู่ก็ได้ แม้ว่าแท้จริงแล้วจะเป็นกำลังใจจากพ่อแม่ก็ตาม

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments