ทนเห็นลูกลำบากวันนี้ไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าลูกจะสบายในวันที่คุณจากลา

จง “สอนลูก” ให้รู้จักความลำบาก เwราะวันนึงหากเค้า “ไม่มีเรา” เค้าจะยืนด้วยตัวเองได้! ปัจจุบัน “ โ ร ค ไม่รู้จักความลำบาก” เกิดกับเด็กยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในเมืองที่พ่อกับแม่ค่อนข้างมีฐานะ ซึ่งส่วนใหญ่มักเลี้ยงให้ลูกสบาย เwราะไม่อยากให้ลูกเจอความลำบากแบบที่ตนเองเคยเจอมาก่อน จึงสนับสนุนลูกด้วยวัตถุ เ งิ น ทอง ทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความอดทน อ่อนแอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ แก้ไขปัญหาไม่เป็น และดูแลรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเด็กเมื่อโตขึ้นและอาจกลายเป็นภาระของสังคม

ทนเห็นลูกลำบากวันนี้ไม่ได้

ก็อย่าหวังว่าลูกจะสบายในวันที่คุณจากลา

บ้านติดกันที่ฉันเห็นมา…

บ้านหลังแรก…

ขายข้าวแกง

บ้านอีกหลังติดกัน เปิดร้านเกมส์

บ้านข้าวแกงมีลูกคนนึง

บ้านเปิดร้านเกมส์ ก็มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกัน

หลังเลิกเรียน

ลูกบ้านข้าวแกง จะมาช่วยแม่ขายข้าวแกง

เก็บจาน เสริฟข้าวแกงให้ลูกค้าถึง3ทุ่มทุกวัน

บ้านเปิดร้านเกมส์

ลูกนั่งเล่นเกมส์อยู่ชั้นสอง

เวลาหิวข้าว ตะโกนลงมาสั่งให้ป๊ะป๋า

ไปซื้อข้าวร้านติดกันมาให้ถึงห้อง

ลูกร้านข้าวแกง

อยากได้ มอร์ไซค์

จะขับไปโรงเรียน กว่าจะได้

ปาเข้าไป ม.6เทอมสุดท้าย

เwราะแม่ ให้ค่าแรง

วันละ1OOที่ช่วยงานที่ร้าน

อีก4O ให้ค่าขนมไปโรงเรียน

อยากได้เก็บ เ งิ น ซื้อเอา

ลูกร้านเกมส์

โทรศัพท์ วันทูคอล ออกมาใหม่ๆ

แค่ขอแม่ให้ซื้อ เขาก็มีถือไปโรงเรียนคนแรก

มีก่อนครูด้วยซ้ำ

ลูกร้านข้าวแกง

เสาร์อาทิตย์ ต้องไปตลาดแทนพ่อ

ไปซื้อของด้วยตัวเอง มาที่ร้าน

ลูกร้านวิดีโอ

เสาร์อาทิตย์หยิบ เ งิ น ในเก๊ะ

ไปดูหนังเดินห้างกับเพื่อน

วันนึง…

สองบ้านไปทอดผ้าป่าต่างจังหวัด

ขากลับพ่อกับแม่ทั้งสองคนรถคว่ำสิ้นใจ

ลูกร้านข้าวแกงเรียนจบ ม.6ได้

ใช้มอร์ไซค์ที่หามาจากค่าแรงตัวเอง

ไปตลาด ซื้อของมาขาย

เปิดร้านข้าวแกงเลี้ยงน้อง

ลูกร้านวิดีโอ

จบ ม.6ได้ ใช้ เ งิ น ที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้จนหมด

ในไม่กี่ปี สุดท้ายบอกขายตึก

ลูกร้านข้าวแกงเห็นลูกร้านเกมส์ติดป้ายขาย

เขาเอากำไรและ เ งิ น เก็บของพ่อกับแม่

ไปซื้อตึกติดกันไว้

ลูกร้านเกมส์

ได้ เ งิ น ไปหลายล้าน ผลาญจนสนุก

ลูกร้านข้าวแกง

ทุบผนังให้เป็นร้านเดียวกัน

ขยายโต๊ะ มากขึ้น ทำให้ลูกค้ามากขึ้น

ขายดีกว่าเดิม

ไม่กี่ปีลูกร้านข้าวแกงมีชีวิตดีขึ้น

เwราะขายของดี

ส่วนลูกร้านเกมส์

ใช้ เ งิ น หมดจนต้องไปรับจ้าง

คนนึงเคยสุขสบายไปลำบาก

จากคนเคยลำบาก กลายเป็นสุขสบาย

คนนึงเคยอยากได้ทุกอย่าง

แค่เพียงชี้นิ้ว

อีกคนกว่าจะได้อะไรมา

ต้องทำและสร้างมันด้วยตัวเอง

สุดท้าย

หลังจากพ่อกับแม่สิ้นใจ

แต่ละคนก็มีชีวิตตามที่พ่อกับแม่เลี้ยงมา

ทนเห็นลูกลำบากวันนี้ไม่ได้

ก็อย่าหวังว่าลูกจะสบายในวันที่คุณจากลา

ตราบใดที่เรามีอายุไม่ถึงพันปี

ต้องสอนลูกให้รู้ผิดชอบชั่วดี

รู้จักความยากลำบากของชีวิตตั้งแต่วันนี้

คุณก็รู้ดีไม่มีใคร

อยู่หา เ งิ น ให้ใครใช้ไปตลอดชีวิตได้

แล้วทำไม่…ไม่สอนเขาหา เ งิ น ใช้เอง

ตั้งแต่วันนี้…?

cr เรียบเรียบเนื้อหาใหม่จากบทความของ สิริทัศน์ สมเสงี่ยม

เป็นบทความที่ดีที่แบ่งปันแก่สังคม

หากไม่อยากเป็น “พ่อกับแม่รังแกฉัน” คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกได้รู้จักกับความลำบาก ฝึกให้ลูกมีหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือพยายามช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อที่เขาจะสามารถพัฒนาตนเองและเรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

มาดูกันดีกว่าว่าเราจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้เค้าโตขึ้นมาเป็นคนที่ทนลำบากได้

วิธีการ

1 ไม่ใช้เทคโนโลยีเลี้ยงลูก

2 อย่าปกป้องลูกมากเกินไป

3 อย่ากลัวลูกลำบาก

4 ฝึกความอดทนให้ลูก

5 ไม่เลี้ยงลูกด้วยวัตถุ

ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกรู้จักกับความลำบากบ้าง ฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบ และเปิดโอกาสให้เขาเรียนรู้โลกภายนอกบ้าง ก็เท่ากับเป็นการปลูกฝังให้ลูกรู้จักพื้นฐานความเป็นจริงของชีวิต มีภูมิคุ้มกันที่ดี เมื่อเขาเติบโตขึ้นก็สามารถเรียนรู้และwร้อมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

ถ้าจะสอนให้ลูกเรียนรู้การมีชีวิต สอนเรื่องความเข้มแข็ง ความอดทนให้มี ป ร ะ โ ย ช น์ ต่อลูกจริงๆ ควรสอนให้เด็กมีความwร้อมที่จะรับมือ เมื่อเจอกับสภาวะที่ยากและแย่ ว่าเค้าจะต้องอดทนและเข้มแข็งเพื่อที่จะลุกขึ้นมาให้ได้ แล้วก้าวออกมาอย่าง ผู้รอดพ้น ไม่ใช่ยืนหยัดเพื่อล้ม ต า ย อยู่ตรงนั้น

เค้าควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป มีจุดยืนที่ดีที่สุด มีทางออกที่ดีและมั่นคง แข็งแรงwอ เพื่อออกมายืนในที่ๆสามารถมองเห็นปัญหาที่ผ่านมาอย่างเข้าใจ และแก้ปัญหานั้นได้ในที่สุด ด้วยสติและปัญญา

เราทุกคนก็รักลูกจริงๆ ทั้งนั้นแหละ แล้วอะไรที่ดีที่สุด ที่เราต้องการมอบไว้ให้ลูก ให้เค้าไว้ บอกเค้าไว้ สอนเค้าไว้เถอะ

ให้เค้ามีของวิเศษไว้ในกระเป๋าหน้าท้อง อย่างโดราเอมอน เดี๋ยววันนึง เค้าจะเลือกหยิบมันออกมาใช้เอง

เลี้ยงให้อยู่รอด เwราะคนเราไม่ใช่ต้นไม้ ที่หยั่งรากในดินเสียแล้วจะย้ายไปปลูกที่อื่นได้ยาก

ถ้าชีวิตเจอสิ่งแวดล้อมที่เป็น พิ ษ ลูกต้องเข้มแข็งแล้วออกมาจากตรงนั้นอย่างปลอดภัย นี่คือหัวใจที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง

Facebook Comments