ทำงานบ้านเกิดไม่กี่พันกลับมีเงินเก็บ บางคนทำงานในเมืองได้กี่หมื่นก็ไม่พอใช้

บางคนทำงานบ้านเกิดไม่กี่พันกลับมี เ งิ น เก็บ บางคนทำงานในเมืองได้กี่หมื่นก็ไม่พอใช้

หลายคนเลือกที่จะไปทำงาน ในเมืองกรุง ด้วยเพราะค่าจ้างที่ได้มากกว่าถึง 2-3 เท่า แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เพราะค่าครองชีพก็สูง และยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างค่าเช่าห้องอีก แต่กับคนที่ทำงานอยู่บ้านเกิด ใน เ งิ น เดือนที่น้อยกว่า แต่สามารถมี เ งิ น เก็บได้มากกว่า เพราะภาระเรื่องค่าเช่าห้องไม่มี และยังมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่า ดังนั้นเราจะมอง แค่ เ งิ น เดือนเป็นหลักไม่ได้ แต่ต้องคำนวณถึงปัจจัยอื่น ๆ รวมด้วย ว่าอยู่ที่ไหนจะมีรายได้ได้มากกว่ากัน และวันนี้เราก็ได้รวบรวม

เรื่องจริงและสะท้อนสังคมคนทำงานที่ต้องกลับมาย้อนคิดว่าทำไมหลายคนดิ้นรนมาทำงานในเมืองหลวง คิดว่าได้เงินเดือนเยอะกว่าทำงานที่ต่างจังหวัด จนมีเพจดังเพจหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “เก็บกะตาง” ได้ชี้เห็นความจริงเปรียบเทียบชัดเจนเลยว่า ถึงคนที่ทำงานที่บ้านเกิดถึงแม้เขาจะได้เงินเดือนน้อยนิดแค่ 8-9 พัน แต่กลับมีเงินเหลือเก็บในกระเป๋าตกเดือนละ 2-3 พันบาทเลยทีเดียว ในขณะที่คนทำงานในกรุงเทพฯ แม้จะได้เงินเดือนเยอะกว่า 2 เท่าราว 18000-20000 บาท กลับไม่มีเงินเก็บเลย แถมยังติดลบหาทางออกด้วยไปทำบัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้นอกระบบต่างๆตามมา เห็นชัดเจนเลยว่า ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่เหมือนได้เงินเดือนสูงๆกับแทบไม่มีเงินเก็บ เรามาดูตรางเปรียบเทียบกันดีกว่า

วิธีการรับมือกับค่าใช้จ่าย เพื่อให้มี เ งิ น ออมเหลือเก็บ มาดูกันว่าจะทำยังไงบ้าง เคล็ดลับการสร้าง ความมั่นคงทางการ เ งิ น

1 ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายเป็นประจำ

การทำบัญชีรายรับ รายจ่ายให้ติดเป็นนิสัย แล้วลงบันทึกไว้ทุกวัน จะเป็นการมองเห็นถึงภาพรวมทั้งหมด เมื่อเรารู้ที่ไปของ เ งิ น แล้ว เราก็จะจัดการได้ว่าควรลดรายจ่ายตรงไหน ที่ไม่จำเป็นออกไป และควบคุม เ งิ น ได้ง่ายขึ้น

2 ใช้เทคนิคออม เ งิ น ให้อยู่

แบ่ง เ งิ น ออกเป็น 6 ส่วน เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บออม และนำไปใช้จ่ายแต่ละส่วน ส่วนที่ 1 เป็นรายจ่ายประจำ 55% ส่วนที่ 2 แบ่งไปลงทุน 10% ส่วนที่ 3 ใช้เพื่อการศึกษา 10% ส่วนที่ 4 ออมระยะยาว 10% ส่วนที่ 5 ไว้ซื้อของให้รางวัลตัวเอง 10% ส่วนที่ 6 สำหรับแบ่งปันหรือทำบุญ 5%

3 วางแผนอนาคตลูก การสร้างครอบครัว

เรื่องการ เ งิ น เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องมีการวางแผน โดยเฉพาะการจะมีลูกน้อยสักคน คนเป็นพ่อแม่จะต้องเตรียมการต่างๆสำหรับลูก เพราะจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ค่า รั ก ษ า พ ย า บ า ล ค่าเล่าเรียน เป็นต้น ดังนั้นเราควรจะคำนวณ และเก็บออม เ งิ น ไว้ตั้งแต่เนินๆ จะได้ไม่ฉุกละหุกภายหลัง

4 งดใช้จ่าย เ งิ น ไปกับของฟุ่มเฟือย

หากเราตัดใจจากสิ่งของเหล่านี้ได้ รับรองว่าต้องมี เ งิ น เหลือเก็บเยอะแน่นอน หลายคนอาจจะมองข้าม ความสำคัญของการเก็บออม เ งิ น แต่ถ้าหากเราสามารถมี เ งิ น เก็บออมได้ และรู้จักหาช่องทางในการลงทุน เพื่อต่อยอด และปล่อยให้ เ งิ น ทำงาน เราก็จะกลายเป็นเศรษฐีได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณเริ่มลงมือทำ ทุกอย่างก็ไม่ไกลเกินเอื้อมถึง

5 ไม่ใช้แบงค์ 50

การเก็บแบงค์ฟ้า หรือ แบงค์ 50 ที่เราไม่ค่อยพบเจอกันนักเมื่อจ่าย เ งิ น เข้ากระปุกแบบไม่ดึงมาใช้เลย เป็นอีกหนึ่งหนทางการออมที่มีการการันตีแล้วว่าได้ผลมานักต่อนัก บางรายเก็บไปปีๆ หนึ่งได้เป็นหลักหมื่นเลยด้วยซ้ำ

6 ตั้งเป้าแล้วแปะบนกระปุก

อยากไปเที่ยว ตจว. ใช้ เ งิ น เท่าไหร่ กลับบ้านวันหยุดยาวเอา เ งิ น ไปฝากพ่อฝากแม่ เลี้ยงดูลูกหลานใช้ เ งิ น เท่าไหร่ เขียนแปะไว้เลย นอกจากมันจะเป็นแรงจูงใจแล้ว บางครั้งเรื่องเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราเก็บ เ งิ น ด้วย

ซึ่งวิธีแปะกระปุกนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้กระปุกเดียวนะ ใช้หลายกระปุกก็ได้ แล้วหยอดตามความสำคัญที่เราเห็นเลย

7 ใช้กระติกน้ำ

พกกระติกน้ำไปทำงานเป็นหนึ่งในวิธีการประหยัด เ งิ น ที่ได้ผลสุดๆ เมื่อเราหิวน้ำ ไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำขวดใหม่ คว้ากระติกตัวเองมาได้เลย นอกจากจะประหยัด เ งิ น แล้วยังดีต่อทรัพยากรโลกอีกต่างหาก

8 ใช้เท่าไหร่ เก็บเท่านั้น

สมมติว่าเรามีค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากการกินอยู่ และการตั้งเป้าหมายไว้ เช่น อยู่ๆ วันนี้เราอยากซื้อหนังสือใหม่ซักเล่ม เลยซื้อหนังสือราคา 120 บาทไป

หยอดกระปุกเลย 120 บาท

เราเห็นของลดราคา เสื้อยืดตัวละ 199 ขายเหมาสามตัว 500 บาท เลยหยิบมา

หยอดกระปุกไปอีกครั้ง 500 บาท

วิธีเขี้ยวๆ อย่างนี้เป็นไปได้เหรอ? มันโหดเกินไปมั้ย? ไม่ นี่เป็นหนึ่งในวิธีบังคับตัวเอง ลดรายจ่าย เพิ่ม เ งิ น ออมที่เห็นผลชัดเจนอีกเหตุผลหนึ่ง

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments