พ่อบอกว่า หมาดุแค่ไหน ให้ข้าวมันครั้งเดียวมันก็เชื่อง ไม่เหมือนคน

หมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซื่อสัตย์และจดจำผู้ที่มีพระคุณกับมันได้ทุกคน นี่ขนาดขนมเพียงแค่ชิ้นเดียวมันยังจดจำรถจดจำเราได้แม่นขนาดนี้ ทำไมหนอคนเราจึงได้ทิ้งหมาที่น่ารักแบบนี้ได้ลง เจ้าบ่อคงเข้ามาทักทายเพื่อเป็นการขอบคุณคนที่เคยมีเมตตากับมัน เพียงแค่ขนมชิ้นเดียวแต่มันจะจดจำเราไปตลอดทั้งชีวิต

มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง เด็กชายบ้านอยู่หลังวัด เวลาจะไปโรงเรียนก็ต้องเดินผ่านวัด ซึ่งที่วัดนั้นมีหมาอยู่ตัวหนึ่ง มันดุมาก เด็กชายจะต้องเสียวหลังทุกทีที่เดินผ่าน เวลาเดินผ่านทีไร จะต้องรีบวิ่ง แต่ก็ไม่พ้นวันหนึ่งก็เจอมันอยู่ดี ต้องรีบวิ่งสุดชีวิตเพื่อที่จะหนีมันให้พ้น

พอกลับถึงบ้านบอกพ่อ พ่อบอกว่า “หมาดุ ให้ข้าวมันครั้งเดียว มันก็เชื่องแล้ว” เด็กชายได้ฟังดังนั้น วันต่อมาขากลับบ้านที่ต้องเดินผ่านวัด จึงซื้อลูกชิ้นติดมือมาด้วย 2 ไม้ กินเองไม้หนึ่ง และเอาไว้ให้หมาตัวนั้นไม้นึง

ขณะที่เดินผ่านวัด เสียงเจ้ามาก็ขู่ขึ้นมา ทำอย่างกับเด็กชายไปทำอะไรพ่อแม่มันไว้อย่างใดอย่างนั้นเลย เด็กชายตกใจมากแทบขาอ่อน นั่งลงกับพื้น ลืมตัวยกมือไหว้หมา พอลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งหนี พร้อมกับโยนลูกชิ้นไม้นั้นให้มัน แล้ววิ่งสดชีวิตขึ้นบ้านไป

วันต่อมา เด็กชายก็ทำแบบเดิมอีก แต่วันนี้ หมาตัวนั้้นไม่วิ่งไล่เขาแล้ว มันกลับเดินมาหาเขาและไม่ขู่อีกต่อไป เพียงแต่ทำหน้าตาดูน่าสงสัย เด็กชายก็เอาลูกชิ้นให้มันแล้วเดินหนี้ไป

วันที่สาม เป็นอย่างที่พ่อบอกจริงๆ ด้วย คราวนี้หมาที่ดุที่สุดในชีวิตตเขาที่เคยเจอมา กลับกระดิกหางใส่เขา เพื่อจะขอลูกชิ้น

ให้อาหารหมาแค่ครั้งเดียว มันจำไปตลอดชีวิต ต่างกับคนบางคน ช่วยเขาสิบครั้ง เขาจำได้เพียงครั้งเดียวที่เราไม่ช่วย ให้ไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยจำ

การรู้จักตอบแทนบุญคุณ ถือว่าเป็นคุณธรรมที่มีความสำคัญที่มีอยู่ประจำโลก คนดีทั้งหลายได้พากันประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด จึงทำให้คนในสังคมอยู่กันด้วยความสงบสุขร่มเย็น มีความรักความสามัคคี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

ถือว่าเป็นคุณธรรมที่เป็นเครื่องประสานจิตคล้องใจของคนในสังคมให้มีสายใยสายสัมพันธ์ในระหว่างกันและกัน และที่สำคัญการรู้จักตอบแทนบุญคุณนั้นเป็นการประกาศศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ บุคคลผู้รู้จักตอบแทนคุณนั้นถือว่าเป็นคนดี เป็นคนมีศักดิ์ศรี เป็นที่น่ายกย่องสรรเสริญในสังคมทั่วไป

เขียนและเรียบเรียงโดย ปริญญาชีีวิต

Facebook Comments