ตั้งแต่เกิดมา พ่อกับแม่ไม่เคยตามใจผมเลย “จดหมายจากลูกชายที่เป็นประธานบริษัท”

หากเพื่อนๆ ได้อ่านบทความก่อนหน้าที่ปริญญาชีวิตนำมาฝาก เกี่ยวกับลูกทรพีที่เขียนถึงพ่อแม่ของเขาเอง ซึ่งก็อ ย า กให้เข้าใจว่าเป็นเพียงวิธีคิดของคนบางส่วนเท่านั้น บางบ้านเลี้ยงลูกดีมากๆ ตามใจทุกอย่าง แต่ก็อยู่ที่ตัวเด็กเองเหมือนกัน ว่าจะเติบโตมาแล้วจะคิดได้ไหม

การตามใจแต่หากเด็กนั้นเป็นเด็กที่คิดในสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณ ภ า พ ได้ แต่หากการเลี้ยงดูแบบตามใจ กลับกลายเป็นการทำให้เขาคิดว่านั่นคือสิ่งที่เขาสามารถทำยังไงก็ได้ เด็กก็จะโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีคุณ ภ า พ หรืออาจจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น

วันนี้เลยนำบทความดีๆ อีกบทความหนึ่ง เนื้อหาน่าจะเป็นผู้เขียนคนเดียวกันนะคะ คือคุณขจรศักดิ์ แต่จะเป็นเรื่องราวตรงกันข้ามกับคราวที่แล้วที่ปริญญาชีวิตนำมาฝากเพื่อนค่ะ มีเนื้อความว่า

คุณพ่อคุณแม่ครับ

พรุ่งนี้คือวันที่รอคอย ที่จะได้เห็นโรง ง า น ของผมเริ่มต้นสายการผลิตอย่างเป็นทางการเป็นวันแรก ผมสามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ต้องขอขอบพระคุณท่านทั้งสองที่ได้สอนให้ผมรู้จักดูแลรับผิดชอบตัวเองมาตลอด ด้วยใจที่เปี่ยมสุขในขณะนี้ ภ า พ ต่างๆในอดีตได้ค่อยๆปรากฏขึ้นทีละ ภ า พ ภายในใจของผมอย่างซาบซึ้ง

ตอนที่ผมอายุ 3 ขวบ ผมจำได้รางๆว่าผมวิ่งเล่นอย่างไม่ระมัดระวังจนไปสะดุดก้อนหินหกล้ม ท่านให้ผมลุกขึ้นเอง แล้วยังฟาดก้นผมไปสองที บอกผมว่า “ถ้าไม่ระวัง หกล้มคราวหน้า จะโดนฟาดก้นสี่ที” ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบ “ความระมัดระวัง” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 4 ขวบ ผมเอาแต่ดูทีวีไม่ยอมกินข้าว ท่านบอกว่าถ้าไม่กินก็ต้องอดข้าวถึงพรุ่งนี้เช้า ผมนึกว่าท่านขู่เล่น สุดท้ายผมหาของกินทั่วห้องครัว ไม่มีอะไรเหลือให้ผมกินเลยแม้แต่ขนมปังสักชิ้น ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบในความ “เอาแต่ใจ” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 6 ขวบ ท่านพาผมไปร้านขายของเล่นเพื่อซื้อของขวัญคริสต์มาส ตกลงกันว่าจะให้ผมแค่หนึ่งชิ้น แต่พอผมได้หุ่นยนต์มนุษย์เหล็กแล้ว ยังจะเอาเครื่องร่อนอีกชิ้น พอไม่ให้ผมก็งอแงนอนดิ้นร้องไห้อยู่กับพื้น ท่านไม่สนใจผม หันหลังแล้วเดินออกจากร้านไปเลย สุดท้ายผมต้องหยุดร้อง แล้วรีบเดินตามกลับบ้าน ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความไม่เข้าท่า” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 8 ขวบ ผมหัดซักถุงเท้า ท่านสอนวิธีการซักล้างให้สะอาด ผมหัดล้างจาน ท่านสอนผมรู้วิธีการล้างที่ถูกต้อง เพื่อให้สะอาดและจานไม่แตก ผมอ ย า กเทน้ำร้อนด้วยตัวเอง ท่านสอนให้รู้จักวิธีการเทที่ไม่ให้น้ำร้อนลวกมือ ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “การดูแลชีวิต” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 10 ขวบ ผมเห็นเพื่อนๆมีโอกาสไปเรียนกิจกรรมนอกหลักสูตร เรียนยูโด เรียนศิลปะ เรียนสาระพัดอย่าง ท่านบอกผมว่า เวลาเรียนหนังสือในโรงเรียนให้ตั้งใจเรียน เวลาเลิกเรียนก็เป็นเวลาเล่นพักผ่อนให้เต็มที่ หากยังมีเวลาว่างก็หาหนังสือมาอ่าน ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “การจัดสรรเวลา” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 13 ผมเตะฟุตบอลไปทำกระจกหน้าต่างข้างบ้านแตก ท่านพาผมไปวัดและไปซื้อกระจกด้วยกัน แล้วพาผมไปช่วยกันเปลี่ยนกระจกหน้าต่างให้ข้างบ้านจนเสร็จเรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดค่อยๆหักจากค่าขนมของผม ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความผิดพลาด” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 15 ผมอ ย า กเรียนเปียโนเหมือนเพื่อนๆ ท่านพาผมไปซื้อหีบเพลง ท่านบอกผมว่าเป่าหีบเพลงให้เก่งก่อน แล้วค่อยตัดสินใจไปเรียนเปียโน ผมก็เลยเป่าหีบเพลงจนกระทั่งทุกวันนี้ และไม่เคยคิดจะไปหัดเล่นเปียโนอีกเลย ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความยืนหยัด” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 19 กำลังจะสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิท ย า ลัย ท่านช่วยให้คำแนะนำและวิเคราะห์เกี่ยวกับคณะต่างๆในมหาวิท ย า ลัย ให้ผมถามใจตัวเองว่า อ ย า กเรียนอะไรแล้วจงตัดสินใจด้วยตัวผมเอง ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “อนาคต” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 20 ผมอ ย า กเปลี่ยนมือถือ ท่านบอกว่าของเก่ายังไม่เสียอย่าเพิ่งเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นก็ไปหา ง า น พิเศษทำเพื่อซื้อเอง ผมไปรับจ้างสอนพิเศษเก็บเงินจนซื้อมือถือเครื่องใหม่ได้ แต่ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ผมภูมิใจยิ่งกว่าที่ได้มือถือเครื่องใหม่ ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความอ ย า ก” ของตน

ตอนที่ผมอายุ 24 ผมเรียนจบและอ ย า กสร้างธุรกิจของตนเอง ท่านบอกผมว่าอย่าใจร้อน หา ง า น พื้นฐานฝึกให้ตนมีประสบการณ์ก่อน สองปีถัดมา ผมตัดสินใจเปิดบริษัทของตนเอง ท่านบอกผมว่าหากสามารถรับได้กับความล้มเหลวก็ไปเปิดได้ ท่านให้ทุนผมมาหนึ่งแสนเหรียญ ให้ผมคืนท่านภายใน 4 ปี ผมรับปากว่าผมจะต้องคืนแน่นอน พร้อมจะแถมบ้านใหม่ให้อีกหนึ่งหลัง ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความสำเร็จ” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 27 ผมพาเพื่อนสาวมาแนะนำให้รู้จัก ท่านชมผมเสียเลอเลิศต่อหน้าแฟนผม ท่านบอกผมตอนหลังว่า ต้องแสดงออกถึงคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมของเราเพื่อจะดึงดูดคู่ครองที่มีคุณสมบัติโดดเด่นให้สนใจเรา แล้วท่านยังบอกผมว่า เรื่องความรักหรือคู่ครองให้ผมตัดสินใจเอง ขอให้รักกันจริงก็เดินหน้าต่อไปได้เลย ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความสุข” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 32 ผมมอบกุญแจบ้านหลังใหม่ให้ท่าน พอท่านรับกุญแจจากผมแล้วก็หันหลังให้ผม ผมสังเกตเห็นว่าไหล่ท่านกำลังสั่น ผมรู้ว่าท่านกำลังหลั่ง น้ำ ต า แห่งความปลื้มปิติ ท่านสอนให้ผมรู้จักรับผิดชอบเกี่ยวกับ “คำมั่นสัญญา” ของตนเอง

ตอนที่ผมอายุ 35 โรง ง า น ของผมพร้อมจะเปิดแล้ว ญาติๆที่เคยกล่าวหาว่าท่านใจร้าย ใจจืดใจดำกับผมมาตลอดต้องปิดปากเงียบกันทุกคน ผมรู้ซึ้งว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านใส่ใจผมทุกขั้นตอนที่ผมอายุ และผมจะใช้วิธีเดียวกันนี้สอนลูกผมให้รู้จักรับผิดชอบ “ตัวเอง” ให้จงได้ ผมแน่ใจว่าลูกๆต้องดีเด่นกว่าผมแน่นอน

ขอบคุณทั้งคุณพ่อและคุณแม่ ผมไม่มีวันลืมความใส่ใจในทุกสิ่งทุกอย่างจากท่านทั้งสอง ไม่เช่นนั้นผมจะไม่มีวันที่มาถึงจุดนี้ได้แน่นอน ลูกคนนี้จะไม่มีวันทำให้ท่านผิดหวัง

จากลูกที่รักพ่อรักแม่สุดหัวใจ

ขอบคุณเนื้อหาจาก ขจรศักดิ์

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงดูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคาดหวังเท่านั้น ส่วนสิ่งแวดล้อม​ โรงเรียน และการคบเพื่อนก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กโตขึ้นมาเป็นคนมีหรือไม่มีคุณภาพได้

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments