ซึ้งใจบัณฑิตจุฬาฯก้มกราบพ่อ พนักงานขับรถเก็บขยะทั้งชุดค รุ ย

พ่อ..คำนี้มีความหมายยิ่งนัก พ่อคือผู้ให้กำเนิด….พ่อคือผู้นำ…พ่อคือหลักของครอบครัว….พ่อคือบุคคลที่ทำให้ครอบครัวอบอุ่น

พ่อต้องเป็นแบบอย่างแก่ครอบครัว โดยเฉพาะกับลูก สอนลูกอย่างไรต้องทำอย่างนั้น

พ่อให้ความสำคัญแก่สมาชิกทุกคน หาส่วนดีๆ และนำข้อดีมากล่าวยกย่อง ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

พ่อมีอารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดี ทำให้คนอื่นมีอารมณ์ดีขึ้นได้

มีการปรึกษาหารือกัน โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าเมื่อมีเรื่องที่ขัดแย้งไม่พอใจ ต้องหาข้อยุติที่ดีอย่างรวดเร็ว ส่งเสริมคุณค่าของครอบครัว โดยไม่ทำร้ายกันทางร่างกายและจิตใจ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงตามวัยของแต่ละบุคคลและไม่ประมาท

ณ วันนี้ วันที่พ่อยังอยู่ พ่อทุกคนสร้างสรรค์ให้ครอบครัวมีความสุขได้ ด้วยการเป็นแบบอย่างและบันทึกสิ่งดีๆ ไว้ในใจลูก ภาพพ่อในใจลูกนั้น จึงเป็นพ่อประเสริฐตลอดการ….แด่ทุกคนที่เป็นพ่อ

ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาล “รับปริญญา” ของหลายๆ มหาวิทยาลัย เหล่าบรรดาบัณฑิตและครอบครัวต่างร่วมยินดีในความสำเร็จขั้นหนี่งของชีวิต พร้อมถ่ายภาพประทับใจเก็บเป็นที่ระลึกกันยกใหญ่ โดยครั้งหนึ่งในภาพที่ถูกแชร์ในโซเชียลฯ ที่ปริญญาชีวิตเคยเห็นแล้วทับใจมากๆ จนอยากจะนำกลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนั้นก็คือ คือภาพประทับใจโดยผู้ใช้เฟชบุ๊ก Klanarong Srisakul ซึ่งโพสต์ภาพบัณฑิตกำลังก้มลงกราบพ่อ ขณะสวมชุดครุยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมบรรยายภาพว่า

ว่าด้วยเรื่องของพ่อ พ่อผมทำงานที่ไม่ได้เลิศหรูอะไรหลายคนคงนึกภาพไม่ออกแต่ภาพที่พ่อทำงานผมเห็นมาตั้งแต่เด็กก็เคยไปทำงานกับพ่อนั้นแหละ”พ่อเป็นพนักงานขับรถเก็บขยะ” งานที่ทำพ่อบอกเสมอว่า “ต้องแย่งหนอนกิน” คือแย่งหนอนที่อยู่ในขยะ เป็นการเปรียบเทียบ สมัยเด็กหลายครั้งที่อายในความเป็นตัวพ่อ ว่าทำไมพ่อเราไม่แต่งชุดเท่ๆแบบพ่อคนอื่น ที่เป็น ทหาร ตำรวจ ทำไมนะพ่อไม่เท่เลย

พอโตขึ้นเรากับพ่อเหมือนมีความฝันร่วมกัน พ่อผมจบน้อยเรียนไม่สูงแค่ ป.4 ความฝันของพ่อคือการเห็นลูกเรียน พ่อบอกเสมอว่าไม่มีสมบัติอะไรจะให้ได้อย่างครอบครัวอื่นเค้า แต่ให้ได้คือโอกาสทางการศึกษา ผมมีความฝันอยากเป็นทหาร แต่พ่อไม่มีความรู้ เราก็งมไปด้วยกัน เหนื่อยไปด้วยกัน ผมสอบไม่ติดเตรียมทหาร ผมเข้าใจว่าพ่อไม่ร้องไห้แต่มารู้ทีหลังว่าพ่อแอบไปร้องไห้

ผมยังไม่เคยทำความสำเร็จได้ซักครั้ง ตอนประกาศผลสอบจุฬาฯ พ่อไม่ทำงานลางานเพื่อมาดูผลสอบของเราว่าเราผ่านไหม พ่อบอกว่าพ่อมีความสุขลุ้นระทึกมาก จนเมื่อผลสอบว่าติดพ่อบอกนั่งน้ำตาซึม จุฬาฯมันคือความภูมิใจของครอบครัวเล็กๆ ของผม ตอนเรียนมหาลัย มีครั้งหนึ่งตอนปี 4 พ่อโทรมาถามว่าน้อยใจไหมที่มีพ่อเป็นพ่อ

เรา: น้อยใจเรื่องอะไร

พ่อ: ก็ที่พ่อให้ได้ไม่เท่าพ่อคนอื่นอยากไปไหนอยากกินอะไรก็ได้ไม่เต็มที ต้องประหยัด

เรา: พ่อ พ่อจบมาเท่านี้ทำงานเท่านี้ แต่พ่อสามารถทำให้ลูกคนเก็บขยะคนนี้มายืนตรงนี้ได้ แม็กไม่เคยคิดว่าน้อยหน้าใคร และแม็กภูมิใจที่มีพ่อเป็นพ่อ

พ่อ: เงียบ เหมือนได้ยินเสียงสะอึ้นผ่านทางโทรศัพท์

เรา : น้ำตาซึมไปด้วย อยากพูดอะไรหลายอย่างในหัวมันเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออก วันนี้ถ้าให้พูดก็คงลำบากขอเรียบเรียงเป็นข้อความให้พ่ออ่านสั้นๆ ขอบคุณที่มีพ่อเป็นพ่อ ขอบคุณที่สนับสนุนทุกอย่าง ขอบคุณที่เหนื่อยไปด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ซึมไปด้วยกัน

พ่อเราเปรียบเสมือนพระในบ้าน ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ บอกว่าอะไรก็ไม่ดี เท่ากับพระที่บ้านที่มีอยู่ 2 องค์ คือพ่อกับแม่ของเรา เราจึงควรรักและเคารพท่าน เพราะท่านนั้นอยากให้เราได้ดี เพราะไม่มีพ่อคนไหน ที่อยากให้ลูกเป็นคนเลวประพฤติตนไม่ดี เช่น บางทีเราจะไปเที่ยวพ่อก็จะเตือนว่า “อย่ากลับดึกนะลูก” เมื่อเราได้ยินประโยคนี้จะตอบไปว่า “พ่อผมโตแล้ว” คำพูดของพ่อนั้น มาจากความห่วงใยอย่างแท้จริง

วันนี้ก็อยากให้พ่อมีความสุขกับความสำเร็จที่เราเหนื่อยมาด้วยกัน ขอบคุณจริงๆ ลูกคนเก็บขยะคนนี้ทำให้พ่อของมันภูมิใจได้แล้ว พ่อไม่ต้องอายอะไรใครทั้งนั้น เพราะพ่อคือพ่อคนดีที่หนึ่ง ไม่แพ้ใคร แม็กภูมิใจ

Cr. ภาพจาก Jornrapee Srikongkoch ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 5 ตุลาคม 2558

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments