สละเวลาสัก 5 นาที ฟังความในใจจากพ่อเเม่ ที่อยากบอกลูกทุกคน

สละเวลาสัก 5 นาที ฟังความในใจจากพ่อเเม่ ที่อยากบอกลูกทุกคน

ปริญญาชีวิตวันนี้อยากจะนำเสนอเรื่องราวที่อยากให้เพื่อนๆ สละเวลาของตัวเองสัก 5 นาทีแล้วลองเปิดใจฟังความในใจของพ่อแม่บ้างค่ะ ถ้าท่านได้อ่านเรื่องราวดังต่อไปนี้แล้ว บางทีท่านอาจจะรู้ว่าพ่อแม่กำลังคิดอะไรอยู่ก็เป็นได้

ลูกเอ๋ย อย่าพูดเลย

“น่ารำคาญ พูดอยู่นั่นแหละ พอเหอะ รู้เรื่องแล้วน่าเบื่อ”

“ยุ่งอยู่ เดี๋ยวค่อยคุยกัน มีอะไรอีกไหม แค่นี้นะ”(แล้ววางสาย)

“จะถามทำไมนักหนา บอกไปก็ไม่รู้จัก พูดไปก็ไม่เข้าใจ จะอยากรู้ไปทำไม”

“บอกแล้วว่าอย่ายุ่งเรื่องของหนู อย่าทำอะไรที่ไม่ได้ขอได้บอก ทำไปก็ไม่เห็นจะดีอะไรเลย!”

“จะกินอะไรก็ทำๆไปเหอะ ถามอยู่นั่นว่าวันนี้จะกินอะไร ก็บอกไปแล้วว่าอะไรก็ได้”

“ย้ายของอีกแล้ว บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องเข้ามาจัดห้อง ของที่วางไว้ไม่ต้องยุ่ง เห็นไหมล่ะ! หาของไม่เจออีกแล้ว วันหลังไม่ต้องยุ่ง!”

วันหนึ่งเมื่อเราแต่งงาน มีลูกและแก่ตัวไป เราก็ต้องกลายเป็นพ่อคนแม่คนใช่ไหมคะ หากวันนี้ไม่อยากเข้าใจพ่อแม่ ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่อยากให้เก็บไปเข้าใจตัวเอง และเข้าใจลูกตัวเองในวันที่เราเป็นพ่อแม่บ้างนะคะ เมื่อเราเติบโตขึ้นพ่อแม่ของเราก็จะแก่ตัวลงเรื่อย ๆ การที่ลูกจะกตัญญูต่อพ่อแม่ไม่ใช่พูดแต่ปากควรปฏิบัติและทำอย่างจริงจัง ทำให้พ่อแม่ของเรามีความสุข เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงแล้วหวังว่าลูก ๆ จะไม่รำคาญพวกเขา เพราะว่าพ่อแม่กำลังต้องการให้ลูกดูแลพวกเขาเหมือนตอนที่พ่อแม่ดูแลเราในตอนที่เรายังเป็นเด็ก

เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงแล้วมือกับเท้าของพวกเขาก็จะเริ่มมี ปั ญ ห า เวลากินข้าวทำเสื้อผ้าเปื้อน อย่า โ n ษ พวกเขาเลย เพราะว่าในตอนที่เรายังเป็นเด็ก เราก็มักจะทำเสื้อผ้าเปื้อนเหมือนกัน และพ่อแม่จะคอยเช็ดคอยทำความสะอาดให้เราอยู่เสมอ เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงแล้ว เท้าเดินไม่สะดวกและอຍากจะออกไปข้างนอก อย่ารำคาญและอย่าขี้เกียจ เพราะว่าในตอนที่เรายังเป็นเด็ก พ่อแม่มักจะพาเราออกไปเดินเล่นที่นอกบ้านทุกวัน

เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงแล้วพวกเขามักจะชอบลืมสิ่งต่าง ๆ และจะถามเราบ่อย ๆ ว่าของชิ้นนี้ชิ้นนั้นวางไว้ที่ไหน อย่าหงุดหงิดใส่พวกเขาเลย เพราะว่าในตอนที่เรายังเป็นเด็ก เรามีอะไรหาไม่เจอก็จะตะโกนเรียกพวกเขาอย่างเดียว พ่อจ๋าแม่จ๋า ของของหนูวางอยู่ที่ไหน เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลงแล้วพวกเขาจะชอบพูดมากขึ้นและพูดซ้ำ ๆ หวังว่าลูกอย่าหลบหนีและตั้งใจฟังพวกเขาบ้าง ก็เหมือนในตอนที่เรายังเป็นเด็ก พ่อแม่ต้องเล่านิทานหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ลูกนอนหลับ

เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง เราก็มีครอบครัวของเราเองแล้ว แต่พ่อแม่ยังคงปฏิบัติกับเราเหมือนเด็ก ๆ อย่าเบื่อพ่อแม่เลย เพราะในสายตาของพ่อแม่เรายังคงเป็นเด็กเสมอ
เมื่อพ่อแม่แก่ตัวลง สักวันพวกเขาจะจากไป โปรดอย่า ร้ อ ง ไ ห้ เพราะพวกเขาไปใช้ชีวิตที่ดีในอีกโลกหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป จงกตัญญูต่อพ่อแม่ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง แม้ว่าพ่อแม่จะจากไปแล้ว แต่พวกเขามีลูกที่กตัญญู พวกเขาจะจากไปอย่างสงบสุขและพวกเขาจะอธิษฐานและให้พรแก่ลูกในสวรรค์

การที่เลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่เลี้ยงเราจนโต เสร็จแล้วมาช่วยเลี้ยงดูหลานต่อ เหนื่อยลำบากมาทั้งชีวิต เพีຍงแค่หวังว่าลูก ๆ จะมีความอดทนต่อพวกเขามากขึ้น และไม่รำคาญพวกเขา

หากเพื่อน ๆ มีคนที่รักอยู่ขออย่าเพีຍงแค่คิดและคอยไปก่อน มิฉะนั้นจะสายไป โปรดลงมือทำให้พวกเขาเลย มีเพีຍงสิ่งเดียวในโลกนี้ที่ไม่สามารถรอได้นั่นก็คือการตอบแทนความเมตตาของพ่อแม่ ในอนาคตเราก็จะแก่ตัวลงเช่นกัน ก็จะเป็นเหมือนพ่อแม่ที่อຍากให้ลูกดูแล อຍากให้ลูกใส่ใจ อຍากให้ลูกทำดีกับตัวเอง ดังนั้นจงทำดีกับพ่อแม่ กตัญญูต่อพ่อแม่และตอบแทนความเมตตาของพ่อแม่ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่ทำอะไรก็จะเจริญและจะทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นแน่นอน

อ่านบทความนี้จบแล้ว พรุ่งนี้ไปกราบที่ตักท่านซะ ไปดู ด ว ง ตาท่านสิว่าท่านมีความสุขหรือมีความ ทุ ก ข์ ไม่ต้องอายในการทำความดี มีอะไรช่วยท่านได้ช่วยเลยอย่านิ่งดูดาย ถ้าวันนี้ไม่รีบแสดงความกตัญญูต่อท่าน อาจจะไม่มีโอกาสอีกเลยตลอดชีวิต การที่จะไปอ้อนวอนตอนที่แม่มีแต่ร่างซึ่งไร้ วิ ญ ญ า ณ แล้วคงไม่มีความหมายอะไร น้ำเย็นๆสักแก้วเอาไปให้ท่านดื่ม เสื้อผ้าดีๆสักชุดไปให้ท่านใส่ เป็นลูกที่ดีสักครั้ง อาจสามารถต่อชีวิตแม่ได้เป็นปี ๆ อย่าเอาไปให้ท่านดื่มตอนที่ท่านไม่มีชีวิตแล้ว มันไม่มี ป ร ะ โ ย ช น์ อะไร

ให้ของขวัญแก่พ่อแม่นับแต่นี้ ด้วยทำดีต่อพ่อแม่ตอนแก่เฒ่า

ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเร ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments