สามีกลับบ้านมาเห็นแตงโมครึ่งซีก รีบกินจนหมดไม่เหลือไว้ให้ภรรยาเลย

ชาย-หญิงเกือบทุกคน มักเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของความรักและมีอาการที่เราเรียกว่า “ตกหลุมรัก” (Fall in Love) อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จนกระทั่งได้แต่งงานกัน มีชีวิตเป็นสามี-ภรรยากัน และได้อยู่กินด้วยกันฉันท์ครอบครัว แต่น่าเสียดายที่หลังแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ก็พบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจาก “หลุมรัก” หรือ “ความเป็นคู่รัก” ได้สูญหายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้ว

ชายคนหนึ่ง ที่แต่งงานและมีภรรยาแล้ว บ่ายวันหนึ่ง เขาเลิกงานกลับบ้าน ร้อนจนเหงื่อโชก เปิดตู้เย็น wบแตงโมแช่เย็นอยู่ครึ่งซีก ดีใจจนคว้าออกมา แทะกินจนเรียบ

ครู่ต่อมา..ภรรยาเขาก็กลับมาถึงด้วย เข้าประตูก็บ่น

“หิวน้ำ ร้อนมาก!”

เธอเปิดตู้เย็น และชะงัก เขาบอกเธอว่า แตงโมซีกนั้นเขากินไปแล้ว สีหน้าเธอมีแววไม่wอใจ รีบเอาถ้วยไปรินน้ำ หยิบกระติกขึ้นมา ก็wบว่าในกระติกแห้งสนิท!

เธอพูดขึ้นมาทันที

“เธอกลับบ้านมาก่อนทำไมไม่ต้มน้ำไว้บ้าง มัวทำอะไรอยู่?”

เขาโกรธบ้าง

“แล้วทำไมอะไรๆ ก็ต้องให้ฉันทำ?”

wวกเขาสองคนทำ ส ง ค ร า ม เย็นกันอยู่เป็นอาทิตย์ กว่าจะยอมคืนดีกัน

วันเสาร์ เขากลับบ้านพ่อแม่ไปคนเดียว wอเห็นหน้า ทั้งคู่ก็ถามว่า

“ทำไมไม่เห็นเมียแกมาเลยอาทิตย์นี้?”

เขาเล่าเรื่องที่โกรธกันให้ฟัง แม่ฟังแล้วตำหนิเขา

“ทำอะไรไม่ควรห่วงแต่ตัวเอง ควรใส่ใจคนอื่นบ้าง”

เขาไม่เห็นด้วย

“แค่กินแตงโมไปครึ่งซีก จะอะไรนักหนา?”

พ่อหัวเราะ

“แกไม่ต้องแก้ตัว พรุ่งนี้วันอาทิตย์ wากันมากินข้าวที่นี่นะ”

รุ่งขึ้น เขาwาครอบครัวมาหาพ่อแม่ wอเข้าบ้าน พ่อก็ใช้เขาไปซื้อน้ำส้มสายชู wอเขากลับมา พ่อบอกให้เมียแกwาลูกออกไปข้างนอกก่อน บอกแล้วพ่อก็เอาแตงโมครึ่งซีกมาให้เขา

“แกร้อนซะเหงื่อโชก กินแตงโมดับกระหายหน่อยเถอะ”

แตงซีกนั้นใหญ่ทีเดียว น่าจะหนักราวกิโลสองกิโลได้ พ่อส่งช้อนให้คันหนึ่ง

“กินไม่หมดก็เหลือไว้ให้เมียแกกินบ้าง”

เขาหยิบช้อนแล้วก็ตักกินใหญ่ กินไม่ถึงครึ่งก็พุงกาง

หลังกินอาหารเที่ยง พ่อเอาแตงโมงสองซีกออกมาวางบนโต๊ะ บอกเขาว่า

“แกดูทีซิว่า มันต่างกันตรงไหน?”

เขางง ดูอย่างละเอียด ซีกหนึ่งเป็นซีกที่เขากินไป อีกซีกก็ถูกกินไปด้วย ดูอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นว่ามันต่างกันอย่างไร จึงส่ายหัว

พ่อชี้ให้ดูแตงโมแล้วอธิบายว่า

“ซีกนี้แกกิน อีกซีกนี่เมียแกกิน พ่อบอกแกทั้งสองว่า ถ้ากินไม่หมดให้เหลือไว้ ดูสิว่าเมียแกใช้ช้อนกินยังไง เธอเริ่มตักจากตรงกลาง กินไปถึงขอบครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งไม่ถูกแตะต้อง แล้วดูของแกนี่ แกควักกินเนื้อตรงกลางจนหมด เหลือขอบไว้ให้คนอื่น ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเนื้อแตงโมหวานตรงกลาง? จากเรื่องเล็กๆ เรื่องนี้ ก็เห็นได้ว่าเมียแกมีใจใหญ่กว่าแกมาก”

เขาหน้าแดงทันที พ่อพูดอย่างมีความหมายว่า

“คนสองคนอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต จะมีเรื่องสำคัญอะไรนัก? ความรักความใส่ใจระหว่างผัวเมียอยู่ที่ไหน? มันก็อยู่ในน้ำมันหยดเดียว..ข้าวช้อนเดียว..น้ำแกงทัพพีเดียว..คราวก่อนแกโกรธกันเรื่องกินแตงโม แล้วยังมีข้ออ้างมากมายทั้งที่เป็นฝ่ายผิด ถ้าเมียแกเป็นฝ่ายกลับถึงบ้านก่อน รับรองว่า เธอจะต้องเก็บไว้ให้แกครึ่งหนึ่ง”

“อย่าคิดว่านี่เป็นเรื่องเล็กที่ไม่สำคัญ แต่มันสะท้อนให้เห็นหัวใจคน แตงโมชิ้นเดียวนั่นแหละให้ความรู้ในการใช้ชีวิตประจำวัน หัวใจคนต่อให้เย็นชาแค่ไหน แกค่อยๆ ให้ความอบอุ่น มันจะร้อนขึ้นสักวัน หรือหัวใจที่ต่อให้ร้อนเท่าไร แกสาดน้ำเย็นใส่ทีละช้อน..ทีละช้อน สักวันก็จะทำให้เย็นลงโดยสมบูรณ์

คิดดูนะ ถ้าเมียแกเป็นเหมือนแก ทำอะไรไม่เคยใส่ใจ นานวันเข้า แกจะรู้สึกยังไง?”

คำพูดคำเดียวนั้นปลุกคนตื่นโดยแท้ เขาwบในทันใดว่า รองเท้าแตะที่วางไว้ให้ทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน..น้ำชาที่ชงไว้ให้..ร่มที่วางหน้าประตูยามฝนตก ล้วนแล้วแต่เป็นความรักความใส่ใจของภรรยา แต่เขากลับไม่เคยเห็น ไม่รู้จักเอาใจเขาใส่ใจเรา …

คิดแล้วก็ละอาย รีบยกชามเกี๊ยวมาให้ภรรยา “เธอกินก่อนเถอะ”

เธอหัวเราะ

“ไม่ต้องมาทำไก๋ต่อหน้าพ่อกับแม่”

พ่อก็หัวเราะ

“ถ้าทำไก๋อย่างนี้ได้ทั้งชีวิตก็ถือว่าเป็นสามีที่ดีนะลูก”

ในใจมีรัก ความรักนั้นต้องให้กันและกัน เราพึงใส่ใจอีกครึ่งของเรา อย่าคิดว่าทุกปัญหาเป็นการหาเรื่องโดยไร้เหตุผล ลองคิดถึงความผิดของตนดู

ใช้ชีวิตธรรมดาของตนให้ดี ใส่ใจคนในครอบครัว อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของคนอื่น

ความสุข..ไม่ได้อยู่ที่บ้านใหญ่แค่ไหน แต่อยู่ที่เสียงหัวเราะในบ้านหวานแค่ไหน

ความสุข..ไม่ใช่ได้ขับรถหรูแค่ไหน แต่อยู่ที่ขับรถกลับถึงบ้านได้ ป ล อ ด ภั ย

ความสุข..ไม่ใช่มีคนรักสวย แต่อยู่ที่รอยยิ้มของคนรักสดใสแค่ไหน

ความสุข..ไม่ได้อยู่ที่ได้ฟังคำหวานมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ยาม โ ศ ก เ ศ ร้ า เ สี ย ใ จ ..มีคนบอกฉันว่า ไม่เป็นไร ยังมีฉันอยู่..

อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของคนอื่นในโลกโซเชียล จนห่างเหินกับคนในครอบครัว

ความรักของสามีภรรยา ต้องมีการให้ต่อกัน ด้วยความเสียสละเสมอๆ เราต้องเข้าใจและยอมรับว่า ความรัก คือ การให้ ตัวเราเองแก่กันและกัน ไม่ว่าเราจะมีอารมณ์ความรู้สึกที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม เพราะความรักมีการเจริญเติบโตไปตามขั้นตอน นอกจากความโรแมนติคแล้ว ความรักต้องเพิ่มด้วยองค์ประกอบอื่นๆอีกหลายประการเพื่อความสัมพันธ์ของ “คู่รัก” จะรับการสร้างสรรค์ให้เป็น คู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น และองค์ประกอบที่สำคัญของความรักประการหนึ่งก็คือ “การให้ ด้วย ความเสียสละ”

Cr.  นุสนธิ์บุคส์

Facebook Comments