สาวกลุ้มใจ โดนพ่อทิ้งไปอยู่กับเมียน้อย แต่สุดท้ายหอบลูกใหม่มาอยู่ด้วยหน้าตาเฉย

สาวคนหนึ่ง โพสต์ถามสมาชิกชาวเน็ต เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2565 โลกออนไลน์พากันแห่แชร์กระทู้พันทิพจากสมาชิกหมายเลข สมาชิกหมายเลข 7209983 ที่ได้โพสต์ไว้เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลา 00:25 น. ความว่า

“ผิดไหม ฉันไม่อยากเลี้ยงดูพ่อที่มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว”

“แม่กับพ่อแต่งงานกัน แม่ขายที่ของแม่มาอยู่กับทางบ้านของพ่อ

ต่อมาพ่อมีครอบครัวใหม่มีลูกชายหนึ่งคน ทิ้งเรา พี่เรา กับแม่ไปนานยี่สิบกว่าปี

จบแบบไม่สวย เมียน้อยตาม ด่ า เมียหลวง พ่อตีแม่ ด่ า ส า ป แช่งเรา ส่วนพ่อกับเมียก็ออกไปสร้างบ้านอยู่ในสวน

เรากับพี่สลำบากต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียน

เรียนจบเราสร้างบ้านใหม่ในที่ดินของพ่อที่ที่อยู่มาตั้งแต่เกิด”

“วันหนึ่งเมียใหม่พ่อ ต า ย พ่อพบกับปัญหาด้านการเงิน พ่อกลับมาอาศัยอยู่ในบ้านของเราไม่ยอมไปไหน

พร้อมกับพาลูกชายที่อายุยี่สิบกว่ามากินอยู่ด้วยโดยที่ไม่ทำงานอะไรเลย

เราอึดอัดมากและไม่อยากให้พ่อเข้ามาวุ่นวายในบ้านของเรา

เราผิดมากไหมที่รู้สึกแบบนี้ และคิดจะบอกให้พ่อกลับไปอยู่บ้านของพ่อกับลูกชายของเขา”

ความคิดเห็นของชาวเน็ต

“คุณสร้างบ้านบนที่ดินของพ่อครับ พ่อจึงถือวิสาสะกลับมาอาศัยอยู่ด้วย ถ้าพ่อโอนที่ดินให้คุณ ก็กลายเป็นบุญคุณที่คุณควรเลี้ยงดูพ่อต่อไป ถ้าจะเอาให้ขาดเลย คุณกับพี่ก็ย้ายออกมาครับ”

“คุณอาจจะคิดว่า แม่ขายที่ทิ้ง แล้วมาอยู่กับพ่อ สุดท้าย พ่อทิ้งแม่ คุณจึงคิดว่า คุณน่าจะมีสิทธิ์บนพื้นที่ของพ่อบ้าง (ในนามของแม่) สมบัติพ่อแม่ เอาจริงๆ ถ้าเขาจะไม่ให้ลูกเลยแม้สลึงเดียว เขาก็มีสิทธิ์นะ อ่านดูในใจคุณไม่ชอบพ่อตัวเองอย่างยิ่ง เรื่องด้วยเรื่องของแม่ แต่คุณยังหลวมตัวไปก่อสร้างสินทรัพย์ราคาสูงในพื้นที่ของพ่อ แน่นอน…มันจะทะเลาะกันไปเรื่อยๆ เพราะคุณจะอ้างสิทธิ์ในตัวบ้าน แต่พ่อ จะอ้างสิทธิ์ในที่ดินของตัวเอง แล้วเขา จะถือวิสาสะ ฝังตัวเองอยู่ในบ้านคุณแบบไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น (ก็นี่มันที่ดินเขา) ถ้าใจคุณไม่รับจริงๆ ขายต่อเขาไป ถ้าเขาไม่ซื้อ แล้วคุณพอมีเงินไปตั้งต้นใหม่ ก็ทุบบ้านทิ้ง แล้วขนเอาอะไรของตัวบ้าน ที่พอขายได้ ขายไปให้หมด แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น จะเป็นปรปักษ์กับใครแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แบบยืดอกได้เต็มภาคภูมิ อย่าได้ริไปพึ่งพา พึ่งมาก พึ่งน้อย ก็อย่าริทำ ไม่งั้น สองฝ่าย ทะเลาะกันไม่จบ เพราะสองฝั่งจะมีเหตุผลของตัวเองไม่จบสิ้น แถมยังลำเลิกบุณคุณใส่กันอีก”

“ไม่ผิด จขกท ใจดีมากๆที่ให้ลูกชาย”ของพ่อ” อายุ 20 กว่ามาอยู่”

“ไม่ผิดเลยค่ะ สมควรด้วยที่จะรู้สึกอย่างนั้น แต่ปัญหาคือ คุณสร้างบ้านบนที่ดินพ่อ อันนี้ก็คงต้องหาทางออกให้ดี”

“ออกมาจากที่ดินเขาก่อนเถอะ”

“อยากจบปัญหา ก็ไปหาซ์้อที่ดินใหม่ แล้วก็รื้อบ้านเก่า เอาไปสร้างที่ใหม่ รื้อไปเท่าที่รื้อได้ครับ รับรองจบแน่นอน ไม่ผิดด้วยครับ แล้วก็ดูแลเขาตามสมควรครับ แต่ไม่ต้องให้มาอยู๋ด้วยครับ”

“ถ้าพ่อยังเป็นเจ้าของที่ดินเขาก็มีสิทธิ์จะพาใครมาอยู่ด้วยก็ได้ เมื่อคุณเป็นเจ้าของบ้านก็รื้อบ้านออกแล้วย้ายไปอยู่หรือสร้างใหม่ที่อื่น ให้พ่อและลูกชายเขาอยู่บนที่ดินของเขาไป คุณไม่อยากเลี้ยงดูก็ไม่ต้องเลี้ยง แต่ถ้าพ่อโอนที่ให้คุณและคุณยังเลือกจะอยู่ที่เดิม คุณก็จำเป็นต้องเลี้ยงดูพวกเขาต่อไป”

“ปัญหาคือตอนนี้คุณอาศัยอยู่ในที่ดินของพ่อนี่แหละ ถ้าเป็นไปได้ ลองตะล่อมให้เค้าแบ่งโฉนดที่นี้ให้คุณได้มั้ย เฉพาะส่วนที่เป็นพื้นที่บ้านน่ะ ถ้าทำไม่ได้ คุณอาจจะต้องพิจารณาหาที่อยู่ใหม่ค่ะ”

“ไม่ผิดจ้า เพราะสภาพตอนนั้นคุณหอบผ้าไปอยู่กับเขา เขาก็น่าจะไล่ส่งคุณออกมาเหมือนกัน เราบอกตรง ๆ นะ ถ้าคนไม่ดีกับเรา เราไม่เคยรู้สึกผิดที่จะร้ายตอบ ถ้าเราเป็นคุณ เราจะพากันไปอยู่ที่อื่นค่ะ ทิ้งพวกเขาเอาไว้เลยค่ะ”

“จับมือกับพี่ไปเริ่มใหม่ที่อื่นค่ะ ตัดไฟแต่ต้นลม ไปที่ใหม่ให้พ่อหาไม่เจอเลยยิ่งดีค่ะ ดูแล้วมีปลิง(น้องชายคนละแม่)มาด้วย ถ้ายื้อต่อได้เลี้ยงสองแน่ๆ แต่กลัวเรื่องไม่กตัญญูพ่อก็ส่งเงินเดือนละสองสามพันพอ”

“ถ้าเป็นเรา เราจะย้ายออก ยกบ้านที่เราสร้างในที่เค้าให้เค้าไป เลย คิดซะว่า เป็นค่าตัดขาด แล้วตอนย้ายออก ก็ขนของ เครื่องใช้ไฟฟ้าของเรา ที่เราอยากได้ไป รวมถึงไปยกเลิกน้ำไฟ ให้หมด ให้เค้าไปติดต่อเป็นชื่อตัวเค้าเอง”

“คุณรู้สึกแบบนั้นมันไม่ผิด เป็นเราก็คิดเหมือนกัน แต่ปัญหาก็คือ โฉนดที่ดินเป็นชื่อพ่อ แล้วไม่รู้ว่าตอนสร้างบ้าน ไม่รู้ว่าตกลงกันยังไง ถ้าเอาแบบจบไม่สวย พวกคุณก็รื้อถอนบ้านค่ะ ออกไปสร้างที่อื่น แต่เดาว่าพ่อคุณไม่น่าจะยินยอม
คิดผิดมากที่มาเลือกสร้างบ้านบนที่ดินของพ่อ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ลองปรึกษาทนายค่ะ”

ที่มา: pantip.com/topic/41628147

Facebook Comments