หนุ่มทำงานมา 20 ปี ขอลาออก แต่กลับไม่รับค่าจ้าง เขาเลือกรับขนมปัง 3 ก้อน พร้อมคำเตือน 3 ข้อเท่านั้น

อะไรดี อะไรไม่ดี ตามความเชื่อโบราณ….ถือเป็นสิ่งหลายคนไทยเราเชื่อและยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ซึ่งเราเชื่อกันว่าสิ่งที่เป็นความเชื่อต่างๆ เหล่านี้เป็นเหมือนคำสอน คำเตือนของผู้ใหญ่ที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อน ได้สอนได้บอกเรา “ว่าอย่าทำ…เพราะเกิดเรื่องไม่ได้ หรือทำ….จะนำเรื่องดีๆ มาสู่ชีวิต”

จนมาถึงสมัยนี้ในปัจจุบันบางคนอาจจะหลงลืมกันไปว่าความเชื่ออะไรดี หรือไม่ดี

ผู้ใหญ่มักมีกุสโลบายที่เราฝังใจตั้งแต่ตอนเด็กๆ จนมาถึงตอนนี้ความเชื่อเหล่านั้นก็ยังคงอยู่กับเรา

มีเรื่องราวหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับคำสอนคำเตือนของผู้ใหญ่ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ใช่ไหมคะ บางครั้ง การที่ผู้ใหญ่เค้าเตือน เค้าสอนสั่ง นั่นย่อมหมายความถึงความหวังดีของท่านทั้งหลายเหล่านั้น

หลังจากทำงานมาแล้วยี่สิบปี หนุ่มใหญ่คิดว่าได้เวลากลับบ้านเกิดสักที นายจ้างถามเขาว่า เขาจะขอรับเ งิ น ค่ า จ้ าง ทั้งยี่สิบปีกลับไป หรือจะรับคำ เตื อ น จากเขาสามข้อ

เขาขอเวลาตรึกตรองหนึ่งคืน ปกติเขาเป็นคนที่รักและเคารพนายจ้างมาก เพราะนายจ้างเป็นคนเก่งและรักใคร่เขา อย่างลูกหลานมาตลอด เขาเชื่อว่าคำ เตื อ น จากนายจ้าง ต้องมีคุณค่าต่อเขาแน่นอน

รุ่งขึ้นเขาจึงบอกนายจ้างว่า จะขอน้อมรับคำ เตื อ น แทนค่ า จ้ าง ทั้งหมด นายจ้างจึงให้คำ เตื อ น เขาไปดังต่อไปนี้

1 อย่าคิดหาทางลัดสู่เป้าหมาย มันเป็นไปได้ยาก ทุกอย่างต้องยืนอยู่บนพื้ น ฐา น ของความเป็นจริง

2 อย่าเสียเวลาหรือเสี่ยงกับเรื่องเย้ายวน จิตใจต้องเข้มแข็งเพราะอาจทำให้สู ญ เ สีย อนาคต

3 อย่าตัดสินใจด้วยความวู่วามในยามที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว เพราะอาจทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

นายจ้างมอบขนมปังให้ไปสามก้อนกับเ งิ น จำนวนหนึ่ง กำชับว่าขนมปังก้อนที่ใหญ่ที่สุด ให้นำออกมากินหลังจากกลับถึงบ้านแล้ว

เขาเริ่มเดินทางกลับบ้าน หลายวันผ่านไป ขนมปังก้อนแรกกินไปแล้วครึ่งชิ้น เมื่อเดินมาถึงทางสามแพ่ง ไม่แน่ใจว่าจะเดินไปทางไหนดี ถามคนที่เดินผ่านมา

คนแรกบอกให้เขาเดินเส้นทางลัด แม้เส้นทางจะแคบหน่อย แต่ระยะทางใกล้กว่าเยอะ อีกคนบอกให้เขาใช้เส้นทางใหญ่จะดีกว่า แม้ระยะทางจะไกลกว่า แต่เดินสะดวกและปล อ ด ภั ย

ด้วยใจที่คิดถึงเมียที่อยู่ที่บ้าน อยากกลับถึงบ้านไวๆเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางลัด เมื่อเดินไปได้ไกลพอสมควร ก็มีคนสวนทางมาบอกให้เขารีบหลบไปให้พ้น มีโจรดักปล้นอยู่ข้างหน้า เขาคิดถึงคำ เตื อ น ของนายจ้าง “อย่าคิดหาทางลัดสู่เป้าหมาย” เขาจึงรีบหันกลับไปใช้เส้นทางใหญ่ต่อไป

เดินต่อไปอีกหลายวัน ขนมปังก้อนที่สองหมดไปครึ่งชิ้น ตกค่ำหาโรงแรมเล็กๆริมทางพักค้างแรม

พอกลางดึกได้ยินเสียงร้องเพลงอันแสนไพเราะจากสตรีนอกโรงแรม ใจจริงอยากออกไปดูหน้าสตรีคนนั้นหน่อย เนื่องจากเสียงเพลงของหล่อนไพเราะจับใจเหลือเกิน แต่พอนึกถึงคำ เตื อ น ข้อที่สองของนายจ้าง “อย่าเสียเวลาหรือเสี่ยงกับสิ่งเย้ายวน” คิดได้ดังนั้นก็สงบจิตสงบใจหลับต่อไป

รุ่งเช้าเดินออกจากห้องพักเจ้าของโรงแรมบอกเขาว่า โชคดีที่เห็นคุณปล อ ด ภั ย เมื่อคืนมีแขกออกมาตามหาเสียงเพลงของผู้หญิง ถูกเจ้าของเสียงเพลงซึ่งเป็นหญิงสติฟั่นเฟือนเอามีดไล่ฟันจนบ า ดเจ็ บ สาหั ส

เดินต่อไปอีกหลายวันใกล้ถึงบ้านแล้ว ขนมปังสองก้อนแรกก็หมดพอดี เมื่อเดินทางเข้าถึงหมู่บ้านฟ้าก็มืดสนิทแล้ว พอมาถึงหน้าบ้านกำลังจะยื่นมือเคาะประตูด้วยความดีใจ ก็ได้ยินเสียงเมียคุยกับผู้ชายอีกคนที่อยู่ในบ้าน เขาโกรธจัด แน่ใจว่าเมียต้องมีชู้แน่นอนระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้าน คว้า มี ดแล้วกำลังจะพังประตูเข้าบ้าน

ก็พอดีนึกถึงคำ เตื อ น ข้อที่สาม “อย่าตัดสินใจวู่วามในยามที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว” พอได้สติก็เลยทรุดตัวลงนั่งอยู่หน้าบ้านทั้งคืน รุ่งเช้าเมียเปิดประตู พอเห็นเขา เมียก็แสดงอาการดีใจอย่างมาก แต่เขากลับมีใบหน้าที่เรียบเฉย เพราะนึกถึงเรื่องเมื่อคืน

จึงถามเมียว่าผู้ชายที่อยู่ในบ้านเป็นใคร เมียยิ้มก่อนตอบว่า ก็เป็นลูกชายของเราไง ฉันคลอดลูกหลังจากที่คุณจากบ้านไปไม่กี่เดือน จากนั้นพ่อลูกได้เจอหน้ากันครั้งแรก กอดคอกันร้องให้ด้วยความตื้นตันทั้งพ่อแม่ลูก

บนโต๊ะกินข้าว เขาหยิบขนมปังก้อนที่ใหญ่ที่สุดออกจากกระเป๋าสัมภาระ เตรียมจะแบ่งกันกินกับทุกคนในบ้าน พอฉีกขนมปังออก ก็พบว่ามีเ งิ น ก้อนโตฝังอยู่ในขนมปังก้อนนั้น ซึ่งก็คือค่ า จ้ าง ทั้งหมดของเขาทั้งยี่สิบปี

เขาเล่าเรื่องคำ เตื อ น ทั้งหมดของนายจ้างให้ลูกเมียฟัง และจะจดจำไม่มีวันลืม คำ เตื อ น ทั้งสามข้อจึงได้กลายเป็นหลักการดำเนินชีวิต ของทุกคนในครอบครัวนี้ตลอดไป

ขอบคุณที่มา : ห้องสมุดฟลิ้นท์ “ขจรศักดิ์”

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments