เป็นคนดีไม่ได้แปลว่าต้องโง่ อย่าหวังดีกับคนอื่นมากเกินไป…จนลืมที่จะปกป้องตัวเอง

หลายต่อหลายครั้งที่โดนเอารัดเอาเปรียบเพราะเป็นคนใจดีเกินไป ถ้าไม่อย า กโดนเอารัดเอาเปรียบต้องเปลี่ยน

ปริญญาชีวิตเคยอ่านเจอกระทู้พันทิพกระทู้หนึ่ง ความว่า

ก่อนอื่นผมต้องบอกก่อนว่า ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง ซึ่งนิสัยดีมาก และสมัยเรียนด้วยกัน เรียนเก่ง ขยัน ความรู้แน่น

แต่เข้าสังคมไม่เก่ง เป็นคนพูดน้อย ยิ้มง่าย ยิ้มบ่อย ขี้อาย

บุคลิกไม่ค่อยมีความมั่นใจ เวลาคนอื่นใช้อะไรก็รับปาก โอเคทุกครั้ง พูดง่ายๆคือ ปฏิเสธคนไม่เป็น

ใครทำอะไรไม่ดีใส่ ก็ไม่เคยโกรธ

พอทำงาน ทีนี้ได้กลับมาเจอกัน ก็ได้พูดคุยกัน เธอก็เล่าให้ผมฟังว่า ถูกพี่ๆที่ทำงานโยนงานมาให้ทำตลอด

ประมาณว่าเจอคนชอบประจบ เอาหน้า เอาดีเข้าตัวเอง แต่โยนทุกอย่างที่ไม่ดีมาให้เธอเสมอ

เธอเล่าว่า มีอยู่วันนึง การนัดกันในกลุ่มอย่างดิบดี ว่าต้องมาช่วยกันทำงานชิ้นนึงตอน 6โมง ของวันรุ่นขึ้น

แต่พอถึงเวลากับมีแค่เธอที่มาทำ ส่วนไอพวกที่เหลือมากัน 8 โมง บางคนบอกรถติด บางคนบอกตื่นมาแล้วแต่เผลอหลับ

สรุปงานออกมาไม่ดี หัวหน้าก็มาลงที่เธอ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นความผิดเธอเลย แต่แค่เห็นว่าเธอเป็นคนง่ายๆ ยอมทุกคน

จะไปว่าคนอื่น พวกนั้นก็พูดเก่ง เอาตัวรอดเก่ง เธอจึงเป็นคนแรกๆที่โดนเหวี่ยง

พอพักกินข้าว ก็โดนยืมเงินจ่ายค่าข้าวบ่อยๆอีก วันแรกๆบอก พี่ลืมกระเป๋าตังค์ลงมา หลังจากนั้นก็ยืมบ่อยขึ้น

จะปฏิเสธก็ไม่กล้า เพราะพี่เค้าทำงานมาอยู่ที่นี่มาก่อน กลัวพี่ๆเค้าจะโกรธเอา แล้วจะทำงานด้วยกันยาก

ผมก็เตือนๆนะ ถึงเค้าจะโตกว่าเรา แต่ถ้ามันไม่เป็นคนไม่ดี ก็อย่าไปนับถือเลย

แต่เพื่อนผมบอกว่า ยากที่จะเปลี่ยนนิสัยตัวเอง เพราะเป็นคนนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่แรก

ไม่ชอบการขัดแย้ง แต่ก็ไม่มีความสุขที่ต้องทนอยู่กับคนนิสัยไม่ดีเหมือนกัน

ผมก็เข้าใจนะ และผมก็เชื่อด้วยว่ามันจริง สังคมเป็นแบบนี้จริงๆ คนอ่อนแอ ต้องถูกรังแกตลอด

บางคนความรู้ก็ไม่ค่อยมีหรอก แต่มีความดุ มีอายุที่มากกว่า พยายามทำตัวมีอำนาจ ทั้งๆที่มันไม่มี (และเป็นคนเหมือนเราๆ)

ใช้อารมณ์ ใช้คำพูดเป็น กลับใช้คนที่มีความรู้ความสามารถได้

ทำไมการเป็นคนดี ทำดี กลับได้ผลตอบแทนที่ตรงกันข้าม

แต่ไอพวกที่ใช้ปากเก่งๆ เอาเปรียบคนอื่น ทำไมกลับ ได้ดีเอาๆล่ะครับ ทำไมสังคมถึงเป็นแบบนี้?

หลายต่อหลายครั้งที่ดูคนผิด…ไม่ใช่เพราะ “ต า บ อ ด” …แต่เพราะใจดีจนเกินไป

หลายต่อหลายครั้งที่ช่วยคนผิด…ไม่ใช่เพราะ “โ ง่” …แต่เพราะเห็นแก่ความรู้สึกมากเกินไป

หลายต่อหลายครั้งที่จำยอม…ไม่ใช่เพราะ “ไร้เหตุผล” …แต่เพราะไม่อย า กโต้เถียงให้เสียเวลา

ทุกครั้งที่ทำไป เพราะหวังดีกับคนอื่น…จนลืมที่จะปกป้องตัวเอง

แต่ไม่ว่าจะยังไง ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คนที่เข้ามา

ใจคนนั้นย ากแท้ จะหยั่งถึง ไม่อาจมองออกได้ด้วยสายตา

ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ มีเพียงกาลเวลาเท่านั้นที่จะบอกเราได้

เวลาจะช่วยบอก ว่าคนที่เข้ามานั้น ” ใครจริง ใครลวง “

ดูคน ดูด้วยตาอย่างเดียวไม่ได้…เพราะจะดูผิดได้ง่าย

ฟังคน ฟังด้วยหูอย่างเดียวไม่ได้…เพราะจะเข้าใจผิดได้ง่าย

เวลาจะช่วยพิสูจน์ใจคน เป็นประจักษ์พย านในนิ สั ยคน

ใครเป็นคนจริง ใครเป็นคน ห ล อ ก ล ว ง กาลเวลาจะบอกได้เอง

เป็นคนที่ดีได้ แต่ก็ต้องดีให้พอเหมาะพอควร อย่าดีจนเกินไป

การเป็นคนที่ดีจนเกินไป จะทำให้ใครไม่เกรงใจ และเอารัดเอาเปรียบได้ง่าย

เหมือนเป็นการเปิดทางให้คนอื่น เข้ามา ทำ ร้ า ย เราได้ง่ายขึ้น

เป็นคนที่ดีได้ แต่อย่าเป็น…คนโง่ ด้วย

เลิกนึกถึงแต่คนอื่น แล้วหันกลับมาดูแลตัวเองบ้าง

การเป็นคนมีน้ำใจไม่ได้แปลว่า…ต้อง โ ง่

การเป็นคนที่ดีก็ไม่ได้แปลว่า…ต้องยอมตลอดไป

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments