นับถือน้ำใจเศรษฐีชาวจีน ยกสมบัติ 5.6 พันล้านให้การกุศล

ทุกวันนี้ คนเรามุ่งหวังแต่จะก้าวหน้า จะเติบโต อยากจะร่ำรวยมีเงินมีทองมากๆ เพราะเชื่อว่า ยิ่งมีเงินมาก ยิ่งมีความสุข ความสบาย เพราะเชื่อว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง

การบริจา ค เป็นการให้โดยบุคคลหรือนิติบุคคล มักเพื่อวัตถุประสงค์การกุศลและหรือเพื่อสงเคร าะห์เหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง การบริจาคมีได้หลายรูปแบบ รวมถึงการเสนอเงินสด บริการ สินค้าใหม่หรือใช้แล้ว เช่น เสื้อผ้า ของเล่น อาหารและยานพาหนะ การบริจาคอาจประกอบด้วยของฉุกเฉิน บ ร ร เ ท า ทุ ก ข์ หรือช่วยเหลือทางมนุษยธรรม การสนับสนุนการช่วยเหลือพัฒนา และยังสามารถหมายถึง สิ่งจำเป็นในเวชบริบาล เช่น เลือดหรืออวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย ของขวัญ

สื่อนอกเผย โจวเหวินฟะ ดาราที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคเอเชีย โดยโด่งดังมาจากบทบาnภาพยนต์เรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และภาพยนตร์อื่นๆ อีกมากมาย

หลายคนคงสงสัยว่า เขาอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปี ต้องมีเงินมากมายมหาศาลแน่นอน จนสื่อท้องถิ่นทำการสำรวจโดยคราวๆ ดังนี้ว่า สื่อบางที่สรุปได้ว่าเขามีรายได้มากกว่า : 1,300 ล้าuบาn บ้างก็ว่า : 2,300 ล้าuบาn สื่อนอกก็ออกมาคำนวณโดยคราวๆว่าน่าจะได้ : 3,400 ล้าuบาn แต่ทุกสื่อคำนวณผิดหมด เพราะรายได้ที่แท้จริงของเขาคือ : 5,600 ล้าuบาn

เขาได้รับความนิยมมากในภาคเหนือและทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ป ร ะ เ ท ศ จี น กอบโกยรายได้จำนวนมหาศาล และชื่อเขายังถูกบันทึกลงในตำราเรียนเหมือนกับ เยว่ เฟย์ ,ซุนยัตเซ็น กลายเป็นศิลปินคนแรกที่รวมอยู่ในตำราของโรงเรียนมัธยมร่วมสมัย

และสื่อท้องถิ่นยังบอกอีกว่า เขาไม่เคยไปซื้อของบนห้างสรรพสินค้าเลย แต่กลับไปซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดทั่วไป หรือร้านริมถนน ซื้อเสื้อยืดราคาถูกๆ ไม่ถึง 500 บาn และนี่ไม่ใช่ความลับในฮ่องกง เพราะก่อนหน้านี้มีคนแอบถ่ายได้ว่าเขาไปซื้อรองเท้าแตะที่ร้านขายรองเท้าทั่วไปในราคา 15 หยวน (ราว 65 บาn) แถมยังขอต่อรองราคาขายกับเจ้าของร้านอีก นี่แหละคือการใช้เงินของเขา

อะไรคือกลยุทธ์ในการใช้เงินของเขา? และเขาเอาเงินมากมายที่มีไปใช้ที่ไหน?

เมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อนในวงการบันเทิงหลายคนก็สงสัยเหมือนกัน มีเพื่อนบางคนอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยปากถามเขาไปว่า “พี่ฟะ พี่ทำงานมีรายได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ เอาไปให้ใครใช้หรอ? พี่ก็ไม่มีลูกนะ” เขาหัวเราะและตอบไปว่า “เงินเหล่านี้ไม่ใช่ของผม ผมแค่ช่วยพวกเขาดูแลชั่วคราวเท่านั้น” เอ๊ะ! หมายความว่าไง ช่วยดูแลชั่วคราว?

กระทั่งมีข่าวเกี่ยวกับการบริจาคของเขา จึงทำให้คนทั้ง ป ร ะ เ ท ศ ได้คำตอบที่สงสัยมานาน เพราะโจวเหวินฟะได้ตัดสินใจบริจาครายได้กว่า 99% ให้กับการกุศล ที่แท้แล้วเงินจำนวน 5,600 ล้าuบาnนี้เขาเอามาทำความดีนั่นเอง เงินทองนั้นเป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้เราสามารถมองคนคนหนึ่งให้ทะลุปรุโปรงได้ มองออกว่าใครฉลาด และมองว่าเขาจัดการกับการเงินอย่ างไร

มีคนบอกว่าโจวเหวินฟะมองเรื่องเงินทองเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด เขาปลงกับเรื่องนี้แล้ว เขามองทุกอย่ างบนโลกนี้ทะลุปรุโปรงแล้ว มันคือสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ บางคนหาเงินไม่ได้ก็บอกว่าเหม็นเงิน แต่เขามองเรื่องเงินได้อย่ างฉลาดหลักแหลมมาก คนที่เห็นค่าของเงินอย่ างแท้จริง จะรู้ว่าเงินควรจัดการอย่ างไรให้เกิดประโยชน์กับคนมากที่สุด

เขารู้จักการวางทุกอย่ างลง ใช้ชีวิตในแบบที่จะทำให้ตนเองมีความสุข ไม่ว่าเขาจะมีหน้ามีตา มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหน้าที่การงานที่ดี แต่เขาก็เลือกที่จะเป็นคนที่อยู่กับครอบครัวอย่ างมีความสุขได้อย่ างสงบสุข โจวเหวินฟะบอกว่า “วิธีการกำจัดความเครียดของเขาคือ ไปออกกำลังกาย ปีนเขาเพื่อให้ได้ออกเหงื่อ แค่นี้ก็สามารถปลดปล่อยความเครียดได้แล้ว นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด”

หลังแต่งงานได้ 2 ปี ภ ร ร ย า ของเขา Jasmine Tan ก็เกิดตั้งครรภ์ เป็นลูกสาว พวกเขาทั้งคู่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่ างมาก พากันซื้ออุปกรณ์สำหรับเด็กทารกมากมาย แต่ทว่าความตื่นเต้นยังไม่ทันหมด ก็มีเรื่องรายเกิดขึ้นกับเด็กในท้อง อาทิตย์ต่อมาเมื่อไปตรวจครรภ์หมอก็บอกว่า เด็กในครรภ์ได้เ สี ย ชี วิ ตแล้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้ภ ร ร ย า ของพี่โจวเสียใจเป็นอย่ างมาก ช่วงนั้นเธอมีชีวิตเหมือนมนุษย์ไร้วิญญาณ เธอผิดหวังและสิ้นหวังเป็นอย่ างมาก ได้แต่โทษตนเองมาตลอด 7 ปี จึงจะเดินออกมาจากความ ทุ ก ข์ ในครั้งนั้นได้

เขาบอกว่าในตอนนั้นมองเห็นภรรย า ทุ ก ข์ ใจขนาดนี้รู้สึกเห็นใจเธอเป็นอย่ างมาก จึงตัดสินใจอย่ างเด็ดขาดว่าจะไม่มีลูกอีกเลยในชาตินี้ เพราะไม่อย ากให้ภ ร ร ย า ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งและไม่อย ากให้ ภ ร ร ย า ต้องมาทน ทุ ก ข์ เพราะการตั้งครรภ์อีก เขายอมทิ้งประเพณีที่คนจี น นับถืออย่ างมากนั้นคือการมีบุตรหลานสืบทอดสกุลเพื่อภ ร ร ย า ที่เขารักมากมาย

เมื่อมีคนถามว่าไม่รู้สึกเสียใจหรือที่ไม่มีทาย าทสืบสกุล เขาตอบอย่ างหนักแน่นว่า “ไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นลงไป การเข้าอกเข้าใจกันนั้นสำคัญมากที่สุด แค่นี้โลกทั้งใบก็งดงามและสมบรูณ์แบบได้”

เขาบอกว่าคนเราเมื่ออายุเลยวัย 30 ปีไปแล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเรียนรู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่ างไร ที่จริงพูดไปพูดมาการดำรงชีวิตที่แท้จริงนั้นคือพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ ต้องดูว่าคุณมองชีวิตของตนเองไว้อย่ างไร นั้นก็คือการตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในวิถีทางเช่นใด “เงินทองและชื่อเสียง” เป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิต คุณสามารถเย็นชา เห็นแก่ตัวได้ แต่สำหรับคนที่มีความสุขในชีวิตจะไม่มีวันทำแบบนั้น

ครึ่งแรกของชีวิตดูว่าคุณสามารถหยิบมาได้มากน้อยเพียงใด ส่วนครึ่งหลังของชีวิตก็ต้องดูว่าคุณวางมันลงได้มากน้อยเพียงใด มือหนึ่งจับ อีกมือวางลง นี่แหละคือวิถีชีวิตแห่งความฉลาดที่จะทำให้คนเราเติบโต

เงินซื้อบ้านได้ แต่ ซื้อความอบอุ่นในบ้านไม่ได้

เงินซื้อเตียงได้ แต่ ซื้อการนอนหลับอย่างมีความสุขไม่ได้

เงินซื้อนาฬิกาได้ แต่ ซื้อเวลาที่ผ่านไปแล้วไม่ได้

เงินซื้อเลื อ ดได้ แต่ ซื้อชีวิตคนไม่ได้

เงินซื้อคู่นอนได้ แต่ ซื้อความรักที่แท้จริงไม่ได้

เงินซื้อตำแหน่งได้ แต่ ซื้อความเคารพนับถือไม่ได้

เงินซื้อย า ได้ แต่ ซื้อสุ ขภา พร่างกายที่แข็งแรงไม่ได้

นี่แหละ หลายๆสิ่งที่เงินไม่สามารถซื้อได้

เอาเป็นว่าเดินทางสายกลางนั่นแหละดีที่สุด

ขอบคุณที่มาข้อมูล LIEKR

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments