ไฟเกษตรใช้ฟรีได้ คนทำเรือกสวนไร่นาต้องรู้ไว้ แนะนำวิธีขอ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าไฟสำหรับการเกษตรคืออะไร แต่ต่างจากไฟฟ้าในบ้านเรือนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งความหมายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ให้ความหมายว่า” ไฟสำหรับการเกษตรคือ การนำไฟฟ้ามาใช้ภายในสวนของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟ เป็นต้น ” โดยเกษตรไทยสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรี โดยสามารถทำตามเกณฑ์ได้ดังต่อไปนี้

1 สำเนาทะเบียนบ้าน

2 สำเนาโฉนดที่ดิน

3 สำเนาบัตรประชาชน

4 ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ

ในการขอไฟฟ้าเกษตรเราจะต้องรวมกลุ่มบ้านในโซนเดียวกัน 3 หลังขึ้นไปเพื่อขอไฟฟ้า ย้ำนะว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ

หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ

1 หลักเกณฑ์การขอใช้ไฟฟ้าฟรี สำหรับเกษตรกรที่ใช้ใน ไร่นาหรือสวน ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใดๆ ของทางราชการ

2 ต้องมีเส้นทางสาธารณะที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวก

3 สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายไฟเข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้

4 ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่แล้วก็ชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า

5 ต้องระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ

6 ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่

7 เป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15(45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

8 ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2(ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงินไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1(เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของการไฟฟ้าเดียวกัน

9 ค่าใช้จ่ายในการข ย า ยเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 5O,OOO บาท (PEA รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการข ย า ยเขต)

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,OOO บาท

15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,45O บาท

15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,35O บาท

ขั้นตอนขอไฟสำหรับการเกษตรมีดังนี้

การขอไฟฟ้ามาลงที่สวนของเรานั้น สิ่งที่จำเป็นคือหากส่วนอยู่ติดบ้าน เราแค่งถ่ายรูปที่พักแล้วก็ห้องน้ำไปให้อนามัยในพื้นที่มาตรวจพร้อมกับเซ็นต์เอกสารรับรองการเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ

จากนั้นก็นำหนังสือไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้านหรือผู้รับผิดชอบในการขอบ้านเลขที่ต่อไป จากนั้นให้นำหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่อที่อำเภอ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากสวนหรือไร่นาอยู่ไกลจากตัวบ้านสิ่งที่ต้องทำคือ ต้องสร้างเพิงพักหรือที่พักที่ดูมั่นคงพร้อมกับห้องน้ำ เพราะการมีห้องน้ำจะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่ายังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้เลยก็ตาม)

ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมากสำหรับใช้ประกอบหลักฐานในการขอบ้านเลขที่ จากนั้นก็ทำตามขั้นต่อขั้นต้น จากนั้น เตรียมเอกสารได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดินแล้วก็สำเนาบัตรประชาชน จากนั้นนำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆเช่น อบต หรือเทศบาลตามพื้นที่อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสารเพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านของเราแล้วก็เพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ก็นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอ แล้วก็อย่าลืมถามความเป็นไปได้ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วย แนะนำให้รวมกลุ่มกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไปก็จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

ข้อควรรู้ การขอไฟสำหรับการเกษตรต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่าจะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ แล้วก็ต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป แต่หากพื้นที่มีบ้านหลังเดียวก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1129

สรุป การขอไฟสำหรับการเกษตรมาลงในพื้นที่

ขอบ้านเลขที่โดยจะได้สำเนาทะเบียนบ้าน ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป ยื่นเรื่องทิ้งไว้ที่องค์การไฟฟ้าในอำเภอ รอความคืบหน้า อย่าลืมสอบถามความเป็นไปได้ที่จะมีไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ด้วยนะ

ทริป : ในพื้นที่นั้น ๆ จะต้องมีแนวโน้วที่จะมีไฟฟ้าเข้าถึงด้วยนะ

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments