ไม่ว่าฉันจะอายุมากแค่ไหน สุดท้ายฉันก็แค่เด็กที่ต้องการแม่อยู่ดี

“ในโลกอันหนาวทรวงลวงหลอกนี้ ช่างไม่มีธารรักอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึมซาบดื่มด่ำอมฤต เหมือนในจิตของแม่รักแท้จริง” บางครั้งแม่มองดูเรา ภูมิใจ ดีใจ และเสียใจกับสิ่งที่เราทำ ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ใกล้หมดเวลาของแม่เต็มที สายลมพัดผ่านเบาๆ แล้วชีวิตของคนที่รักเราที่สุด…ก็ดับไป แด่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทั่วทั้งโลก ขอให้ลูกทุกคนอ่านแล้วคิดตาม ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอ และมันจะเป็นเช่นนี้ไปชั่วกัลปาวสาน

หากจะนึกถึงผู้หญิงสักคนนึง ที่เราควรที่จะรักมากที่สุด

ก็คงเป็นใครไปไม่ได้หรอก นอกจาก “แม่” ของเราเอง

คนที่อุ้มท้องดูแลเรามาตลอด 9 เดือน ด้วยความ ย า กลำบาก

ยอมอดทนห้ามกินอาหารของโปรด เพื่อลูกในท้อง

เพื่อไปกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลูกที่อยู่ในท้อง

คนที่เมื่อเราตอนเด็กๆ จะ ร้ อ ง ไ ห้ กลางดึกแค่ไหน

แม่ก็ตื่นขึ้นมาเพื่อปลอบเรา แม้จะนอนไม่เต็มอิ่ม

คนที่คอยดูแลและห่วงใยเรามากที่สุด แม้เราจะดื้อ

จะซน จะเอาแต่ใจมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่เคยบ่น

จะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้ ที่สามารถยอมแลกชีวิต

เพื่อเราได้ คงไม่มีใครที่จะทำแบบนี้ได้เหมือนแม่เราหรอกนะ

จงรักแม่ของเราให้มากเอาไว้ เหมือนตอนที่เรายังเด็ก

ที่แม่คอยดูแล คอยทะนุถนอมเราเป็นอย่างดีที่สุด

เพราะไม่ว่าเราจะแก่ไปมากสักแค่ไหน มีครอบครัว

หรือไม่ก็ตาม เราก็ยังต้องการแม่มากที่สุดอยู่ดีนะ … หากพูดถึงคำว่าแม่ นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากตั้งแต่เราเกิดมา

แม่ ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อดูแลลูกจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ แต่ในทางกลับกัน คือเมื่อลูกยิ่งเจริญเติบโตขึ้น ผู้เป็นแม่ก็เริ่มชรา ร่างกายก็พลอยทรุดโทรมลงตามลำดับ จนในที่สุดก็ต้องหยุดพักโดยปริ ย า ย เพราะสังขารร่างกายไม่อำนวยให้ทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน แม้ว่าจิตใจจะแข็งแกร่งอ ย า กทำสักปานใด แต่ไม่อาจฝืนธรรมชาติของสังขารได้

และด้วยบทบาทหรือหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่ จึงทำให้แม่เป็นบุคคลที่ศาสนาให้ความยกย่องเชิดชูเป็นอย่างมาก ซึ่งศาสนาหรือวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีคำสอนส่วนหนึ่งที่กล่าวถึง ความรักของแม่ที่มีต่อลูก และการตอบแทนพระคุณของลูกต่อผู้เป็นแม่ และศาสนาที่ประชาชนชาวไทยนับถือกันโดยทั่วไป ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ก็มีการยกเอาเรื่องความรักของแม่ และความกตัญญูของลูกต่อแม่มาเป็นหลักคำสอนสำคัญทางศาสนาด้วยเช่นกัน

จึงเป็นหน้าที่สำคัญของลูกที่ต้องดูแลผู้เป็นแม่ ซึ่งนี่ถือเป็นการตอบแทนพระคุณของแม่อย่างหนึ่ง คือ การดูแลแม่ ย า มแม่แก่ชรา แต่แท้ที่จริงแล้ว การตอบแทนพระคุณของแม่ ลูกสามารถกระทำได้ตั้งแต่เมื่อเราเป็นเด็ก หรืออาจจะกล่าวได้ว่า การตอบแทนพระคุณของแม่คือ การทำหน้าที่ของลูกให้สมบูรณ์ตามวัยของตนเอง เช่น เมื่อเราเป็นเด็ก หน้าที่สำคัญของลูก ก็คือ การตั้งใจเรียน การเป็นเด็กดี และเชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ และเมื่อเราโตขึ้น จบการศึกษา และมีงานทำ หน้าที่สำคัญของลูก ก็คือ การดูแลให้แม่มีความสุขสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เป็นต้น

เรื่องราวของแม่ ที่ลูกทุกคนเกือบลืมไปแล้ว

1 เมื่อเราเกิดมา เราอาจรู้สึกว่าแม่ของเราแก่จัง แต่เราคงลืมไปว่า ครั้งหนึ่งแม่ของเราเคยสาว เคยสวย เคยเป็นเด็กวัยรุ่นช่างฝัน แม่ฝันว่า วันหนึ่งแม่จะมีครอบครัวที่น่ารัก มีสามีที่ดี มีลูกที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ชีวิตไม่ใช่นิ ย า มที่จะเขียนได้อย่างใจ “ช่างมันเถอะไม่เป็นไร” แม่คงคิดอย่างนั้น เพราะอย่างน้อยที่สุด ชีวิตก็พาให้เรากับแม่มาเจอกันจนได้

2 นอกจากต้องแบกน้ำหนักเกือบ 15 กิโลกรัม ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเดือนแล้ว ในวันที่เราลืมตาดูโลก ยังเป็นวันเดียวกับวันที่แม่ต้องเจ็บปวดที่สุดในชีวิตเราอาจเคยได้ยินมาบ่อยๆ ว่าการคลอดลูกมันเจ็บมาก แต่เราไม่มีวันรับรู้ความรู้สึกนั้นได้จริงๆ จนกว่าถึงวันที่เราต้องคลอดลูกเอง ลองมองหน้าแม่ของเราในวันนี้ เราอาจลืมไปแล้วก็ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยเจ็บปวดเพื่อให้เราเกิดมา

3 แม่ของเราเคยรูปร่างดีกว่านี้ เคยมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งกว่านี้ แม่เคยสวยกว่านี้มาก จนถึงวันที่มีเรา รูปร่างของแม่ ผิวพรรณของแม่ ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปเรารู้ใช่ไหมว่า แม่ต้องแบ่งปันร่างกายของแม่ เพื่อสร้างร่างกายของเรา เรารู้ใช่ไหมว่า หลังจากคลอดเราออกมา เส้นผมของแม่ร่วงเป็นกระจุกๆ อยู่หลายเดือน เรารู้ใช่ไหม ถ้าแม่ไม่มีเรา แม่คงจะเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาสวยกว่านี้อีกเยอะเลย

4 ในอดีต เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของแม่ เคยเป็นของแม่เอง แม่จะไปไหนก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ จะเที่ยวสนุกหรือทำเพื่อตัวเองแค่ไหนก็ได้ สิ่งนี้ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เราลืมตาดูโลก สองเดือนแรกที่เราเกิดมา แม่ของเราต้องอุ้มเราตลอดเวลาเพราะเรา ร้ อ ง ไ ห้ ตลอดเวลา เราตื่นทุกๆ สองชั่วโมง ขับถ่ายทุกๆ สองชั่วโมง ทำให้แม่ต้องอยู่ใกล้ชิดเรา ไม่มีเวลากิน ไม่มีเวลานอน ไม่มีเวลาไปไหนมาไหน หนึ่งปีแรก ที่เราหัดเดิน แม่ของเราต้องเดินตามเราตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เราเป็นอันตราย เงินส่วนใหญ่ ถูกใช้เพื่อซื้อของจำเป็นให้เรา ค่าคลอด ค่ารักษา ค่าฉีดวัคซีน ค่านม ค่าของ ค่าเสื้อผ้า มันไม่ง่ายเลยสำหรับเงินก้อนนั้นที่แม่ของเราเพิ่มเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว

5 เมื่อเราเข้าเรียนอนุบาล แม้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เรากับแม่ต้องห่างกัน แต่แม่ก็เป็นห่วงเราอยู่ดีแม่คิดในใจว่า “โอ้โห ค่าเรียนอนุบาลทำไมแพงจัง” เมื่อแม่คิดได้อย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของใช้ส่วนตัวของแม่จึงถูกลดเราภาพลงทั้งหมด กินถูกๆ ใช้ของถูกๆ ใส่เสื้อผ้าถูกๆ ทำทุกอย่างเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้เรามีสิ่งที่ดีที่สุด ในเวลานี้ เรารู้รึเปล่าว่า แม่ของเราแทบไม่ได้ไปเที่ยวอีกต่อไป เวลาแม่คิดถึงอนาคต มันไม่ใช่อนาคตของแม่แต่เป็นอนาคตของเรา แม่ไม่ใช่นางเอกในชีวิตของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ความเป็นแม่ของแม่มากขึ้นทุกทีๆ แม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะทำได้ เพื่อที่เราจะได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามมีคนหลายคนที่เมื่อโตขึ้น กลับหลงลืมไปว่าใครสำคัญที่สุดในชีวิต สิ่งต่างทั้งหลายที่ลูกมองข้ามไป มองว่าไม่ดี หรือไม่เคยมองและนึกถึงนั้น เป็นเพราะความรักที่มีให้กับลูกล้วนๆ ทั้งยังเป็นรักที่บริสุทธิ์อีกด้วย

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต

Facebook Comments